review series korean horror

เปิดลิสต์ 20 ซีรีส์เกาหลีแนวสยองขวัญ: สุดยอดความหลอนและพล็อตเรื่องที่คาดไม่ถึง

style Piwsai

TESTIMONIALS

นักวิจารณ์สายสับที่อยู่ในวงการมาตั้งแต่ยุคแผ่นผีจนถึงสตรีมมิ่ง 8K เชื่อว่า “หนังดีไม่ต้องปีนบันไดดู แต่ต้องดูแล้วได้อะไรติดสมองกลับไป”

REVIEW The Cursed (คำสาป)

  • ประเภทซีรีส์: ไสยศาสตร์, ระทึกขวัญ, ปริศนา, สยองขวัญ
  • ชื่อนักแสดง: Uhm Ji-won รับบท อิมจินฮี (นักข่าวสายสืบสวนผู้รักความยุติธรรม), Jung Ji-so รับบท แบคโซจิน (เด็กสาววัยรุ่นผู้มีพลังสาปแช่ง), Sung Dong-il รับบท จินจงฮยอน (ซีอีโอไอทีผู้ถูกปีศาจสิงสู่), Jo Min-su รับบท จินกยอง (ร่างทรงมนต์ดำระดับพระกาฬ)
  • เนื้อเรื่อง: ‘แบคโซจิน’ เด็กสาวมัธยมที่มีพลังอำนาจมืด สามารถสาปใครให้ตายโหงได้เพียงแค่มี รูปถ่าย ชื่อภาษาฮันจา (ตัวอักษรจีน) และของใช้ส่วนตัว ได้ร่วมมือกับ ‘อิมจินฮี’ นักข่าวสาวตงฉิน เพื่อโค่นล้ม ‘จินจงฮยอน’ ซีอีโออิทธิพลมืดแห่งบริษัทไอที Forest ที่เบื้องหลังคือการถูกสิงสู่โดยปีศาจร้าย (อินุกามิ) การต่อสู้ด้วยไสยศาสตร์มนต์ดำในโลกยุคดิจิทัลจึงปะทุขึ้น พร้อมกับการตั้งคำถามว่าความยุติธรรมมันยังมีอยู่จริงไหม เมื่อกฎหมายเอื้อมไม่ถึงคนชั่ว!

หลังจากที่ลุงใช้เวลา1วันเต็มกับเรื่องนี้ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความขนลุก แต่มันคือคำถามที่ว่า… มนุษย์เรามันกักเก็บความเกลียดชังไว้ในใจ จนพร้อมจะฆ่าคนอื่นผ่านปลายนิ้วพิมพ์ได้หน้าตาเฉยขนาดนี้เลยเหรอวะ? บทวิเคราะห์โดยลุงมอส TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ซีรีส์ไสยศาสตร์เล่นของหน้าฉาก มันซ่อนความน่าสะอิดสะเอียนของ ‘ความเกลียดชังระดับมวลชน’ และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนองสันดานดิบมนุษย์เอาไว้อย่างแยบยลและวิปริตที่สุด

ลุงขอบอกเลยนะว่า จิตวิทยาในเรื่องนี้มันตีแสกหน้าสังคมก้มหน้าแบบเต็มๆ! ไอ้แพลตฟอร์มโซเชียลของซีอีโอจินจงฮยอน มันคือภาพสะท้อนของการสูญเสียตัวตนในฝูงชน เมื่อคนเราซ่อนตัวอยู่หลังคีย์บอร์ดโดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ศีลธรรมในใจมันก็มอดดับลง ปล่อยให้สัญชาตญาณดิบ ออกมาพิพากษาและสาปแช่งคนอื่นได้อย่างเลือดเย็น ปีศาจในเรื่องจึงไม่ได้เติบโตด้วยเลือดเนื้อ แต่เติบโตด้วย “ความเกลียดชัง” ของคนในสังคม
ส่วน อิมจินฮี นักข่าวสาวผู้ผดุงความยุติธรรม ดันต้องมาเผชิญหน้ากับความขัดแย้งทางศีลธรรมอย่างหนักหน่วง เมื่อพบว่าระบบกฎหมายเอาผิดคนชั่วระดับชาติไม่ได้ เธอจึงต้องยอมทิ้งอุดมการณ์ความขาวสะอาด จับมือกับ แบคโซจิน เด็กสาวผู้มีแผลใจจากการสูญเสียแม่ และใช้พลังไสยศาสตร์ทำหน้าที่ศาลเตี้ย มันคือซีรีส์ที่ท้าทายตรรกะพวกเอ็งว่า ถ้าความดีมันไร้ค่า พวกเอ็งพร้อมจะก้าวข้ามเส้นแบ่งไปเป็นปีศาจเพื่อปราบปีศาจหรือเปล่า!

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงมอส คะแนน
ความสะใจ ฉากการทำของใส่ให้ตายโหงแบบร่างกายบิดเบี้ยวผิดมนุษย์มนา โหด ดิบ เถื่อน ระบายความแค้นได้ถึงใจลุงมาก 9/10
พลังการแสดง ซองดงอิลสลัดภาพลุงใจดีทิ้ง กลายเป็นซีอีโอหน้าเนื้อใจเสือได้อำมหิต ส่วนโจมินซูในบทร่างทรง รำผีได้โคตรขลังจนลุงขนลุกซู่ 10/10
ความซับซ้อนของปม การจับเอาความเชยของ ‘คุณไสย’ มาผูกรวมกับ ‘เทคโนโลยีแอปพลิเคชัน’ เพื่อสร้างคำสาปสเกลระดับประเทศ มันคือความฉลาดของบท 9/10
ระดับความปวดตับ การเห็นตัวละครคนดีๆ ต้องยอมแปดเปื้อนและสูญเสียตัวตนเพื่อแลกกับการกำจัดคนชั่ว มันบีบคั้นอารมณ์สุดๆ 8.5/10
ความสมเหตุสมผลของบท กฎของการทำของใส่กันชัดเจน ไม่มั่วซั่ว มีข้อจำกัดที่สมจริง ทำให้การต่อสู้ระหว่างหมอผีสองฝั่งต้องชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลา 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Cursed (คำสาป)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตให้สมดุล และสามารถไถโซเชียลมีเดียได้อย่างสบายใจโดยไม่ระแวง… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งต้องมานั่งตั้งคำถามว่า ไอ้คอมเมนต์ด่าทอที่พวกเอ็งพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยความคึกคะนองในอดีต มันกำลังสร้างปีศาจร้ายตัวไหนขึ้นมาบนโลกนี้หรือเปล่า? เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะยอมรับความอัปลักษณ์ของสังคมมนุษย์ แล้วเรียนรู้ที่จะควบคุม ‘คำสาป’ ในใจตัวเองไปพร้อมกับ ลุงมอส TEAM PIWSAI!

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่คลั่งไคล้ซีรีส์สายลี้ลับ/ไสยศาสตร์ การประทับทรง ร่ายรำทำพิธีมนต์ดำแบบเกาหลีขนานแท้
  • คนที่ชอบเนื้อหาเสียดสีสังคมไซเบอร์ สะท้อนความดาร์กของการใช้ Social Media เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งและทำลายล้าง
  • ขาชอบความตึงเครียดแบบห้ามกระพริบตา ไม่ต้องมีพระนางมานั่งจีบกันให้เสียเวลา เพราะเรื่องนี้ดาร์กและเดือดตั้งแต่นาทีแรก

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนขวัญอ่อนที่ทนดูฉากศพผิดรูป เลือดสาด หรือการตายแบบทารุณไม่ได้ ลุงเตือนเลยนะว่าเรื่องนี้ภาพมันติดตาเอาเรื่อง
  • พวกเอ็งที่หวังจะดูคิวบู๊เตะต่อยสาดกระสุน เพราะเรื่องนี้เขาสู้กันด้วยการเพ่งจิต ร่ายมนต์ และหักเหลี่ยมทางไสยศาสตร์
  • คนที่โลกสวย ยึดมั่นว่าความดีต้องชนะความชั่วด้วยวิธีที่ขาวสะอาด ซีรีส์เรื่องนี้จะขยี้ตรรกะโลกสวยของพวกเอ็งจนป่นปี้!

หากพวกเอ็งชอบความนัวของลัทธิประหลาดใน Save Me หรือเคยขนลุกกับการวิพากษ์สันดานดิบมวลชนใน Hellbound พวกเอ็งจะ ลุ้นเยี่ยวเหนียวและสะกดรอยตาม กับ The Cursed อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การใช้ความเชื่อที่บิดเบี้ยวและพลังงานลี้ลับ มาเป็นเครื่องมือขยายผลความเกลียดชังของมนุษย์จนนำไปสู่หายนะหมู่ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การผสานไสยศาสตร์โบราณเข้ากับเทคโนโลยีไอทีสุดล้ำ ทำให้คำสาปแช่งมันแพร่กระจายไวและอันตรายกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Revenant (2023) เพื่อ ดำดิ่งลงไปในรากเหง้าของปีศาจพื้นบ้านเกาหลีที่สิงสู่ในความโลภของมนุษย์ รับรองว่าได้บริหารความหลอนและปมจิตวิทยาต่อแบบไม่มีสะดุด!

REVIEW Hotel Del Luna (รอรักโรงแรมพันปี)

  • ประเภทซีรีส์: Dark Fantasy, Romance, Drama, Comedy
  • ชื่อนักแสดง: Lee Ji-eun / IU รับบท จางมันวอล (เถ้าแก่เนี้ยโรงแรมผีสุดเฟียซ), Yeo Jin-goo รับบท กูชานซอง (ผู้จัดการมนุษย์สุดเนี้ยบ)
  • เนื้อเรื่อง: โรงแรมลึกลับใจกลางกรุงโซลที่เปิดต้อนรับเฉพาะ ‘คนตาย’ มีเถ้าแก่เนี้ยหน้าเลือดอย่าง ‘จางมันวอล’ ที่ถูกสาปให้จองจำอยู่ที่นี่มากว่า 1,300 ปีเพราะบาปในอดีต จนกระทั่ง ‘กูชานซอง’ มนุษย์ผู้รักความสมบูรณ์แบบถูกสัญญาเลือดบีบให้มารับตำแหน่งผู้จัดการ การเยียวยาวิญญาณเร่ร่อนและปลดล็อกความแค้นฝังลึกข้ามสหัสวรรษจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเวลาที่ค่อยๆ หมดลง

หลังจากที่ลุงทุกเย็นเพื่อเก็บเรื่องนี้ให้จบ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่น้ำตาตกใน แต่มันคือคำถามที่ว่า… คนเรามันต้องยึดติดกับความแค้นและความเจ็บปวดขนาดไหนวะ ถึงยอมขังตัวเองไว้ในอดีตนานเป็นพันๆ ปีโดยไม่ยอมไปผุดไปเกิด? บทวิเคราะห์โดยลุงมอส TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้เสื้อผ้าแบรนด์เนม แชมเปญราคาแพง และหน้าตาสวยๆ ของจางมันวอล มันซ่อนบาดแผลเหวอะหวะของการไม่ยอมปล่อยวางเอาไว้อย่างสาหัสสากรรจ์แค่ไหน

ลุงขอบอกเลยนะว่า จิตวิทยาการรับมือกับความสูญเสียในเรื่องนี้มันลึกซึ้งมาก จางมันวอลเป็นตัวแทนของคนที่มีภาวะความโศกเศร้าที่ซับซ้อนและเรื้อรัง นางกอดความแค้น และความรู้สึกผิด ไว้เป็นเกราะกำบัง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่แท้จริง ต้นไม้จันทราที่แห้งเหี่ยวตายซากในโรงแรม ก็คือสัญลักษณ์ของจิตใจนางที่หยุดนิ่ง ไม่ยอมเติบโต ในขณะที่ กูชานซอง เปรียบเสมือน ความผูกพันที่มั่นคงและปลอดภัย เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อเปลี่ยนนาง แต่เข้ามาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ให้นางได้กล้าที่จะโกรธ ร้องไห้ และเรียนรู้กระบวนการ ‘ให้อภัยตัวเอง’ มันคือการสอนสัจธรรมที่ว่า การรั้งไว้มันเจ็บปวดกว่าการปล่อยมือหลายเท่านัก!

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงๆ คะแนน
ความซับซ้อนของปม ปมความแค้นพันปีที่ถูกผูกไว้ด้วยความรักและการทรยศ ค่อยๆ คลายออกอย่างมีเหตุผล สมกับที่สะสมความเจ็บปวดมานาน 9.5/10
พลังการแสดง ไอยู (IU) เล่นบทคนสวยใจสลายได้เนียนกริบ สายตาแข็งกร้าวที่ซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ ลุงดูแล้วต้องยอมรับฝีมือจริงๆ 9.5/10
ระดับความปวดตับ การที่ตัวละครรู้ล่วงหน้าว่าตอนจบต้องมีการ ‘ลาจาก’ มันคือการทรมานคนดู ที่บีบหัวใจสุดๆ 9/10
เคมีนักแสดง ความต่างวัย (ทางอายุตัวละคร) และบุคลิกที่ขัดแย้งกันสุดขั้ว กลับกลายเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายให้กันได้อย่างลงตัว 8.5/10
ความสมเหตุสมผลของบท ตรรกะของโลกวิญญาณ กฎแห่งกรรม และวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิด ถูกถ่ายทอดออกมาได้สอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิต 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Hotel Del Luna (รอรักโรงแรมพันปี)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ตั้งมั่นและไม่อยากเสียน้ำตาให้กับความจริงของชีวิต… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งต้องกลับมาทบทวนว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังกอดความแค้น หรือแบกความเสียใจอะไรไว้จนไม่ยอมเดินหน้าต่อไปหรือเปล่า เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูการแตกสลายเพื่อก่อร่างสร้างใหม่ แล้วเรียนรู้ที่จะ ‘ปล่อยมือ’ ไปพร้อมกับลุงมอส

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบงานภาพสวย โปรดักชันอลังการ คอสตูมนางเอกที่เปลี่ยนทุกๆ 5 นาที ดูแล้วเจริญหูเจริญตาขั้นสุด
  • คนที่ชอบนางเอกสายรุก เอาแต่ใจ ปากแจ๋วแต่ลึกๆ ขี้เหงา และพระเอกสายซัพพอร์ตที่พร้อมยืนเคียงข้างเสมอ
  • ขาชอบซีรีส์ดราม่าแฟนตาซีที่แฝงปรัชญาชีวิต เรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และการปลดเปลื้องบ่วงกรรม

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนขี้แยที่กลัวการสูญเสียและการจากลา ลุงบอกเลยว่าเตรียมทิชชู่ไว้เป็นลัง เพราะช่วงท้ายมันรีดน้ำตาแบบไม่เกรงใจใคร
  • พวกเอ็งที่หวังจะดูซีรีส์ผีตุ้งแช่สยองขวัญเลือดสาด ผีเรื่องนี้เน้นเล่าดราม่าปมชีวิตก่อนตายมากกว่าจะมาหลอกให้ตกใจเล่น
  • คนที่ต้องการตอนจบแบบนิทานก่อนนอน เพราะเรื่องนี้มันยืนอยู่บนพื้นฐานของสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

หากพวกเอ็งชอบความนัวของ Goblin หรือเคยประทับใจกับการแก้ปมให้วิญญาณใน Mystic Pop-up Bar พวกเอ็งจะ จุกอกผสมอิ่มเอมใจ กับ Hotel Del Luna อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การถูกจองจำด้วยบาปในอดีตและการใช้เวลาเพื่อเรียนรู้ที่จะให้อภัยและปล่อยวาง แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การเล่าผ่านมุมมองของผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความแค้น แต่ซ่อนมันไว้ภายใต้ความหรูหราฟู่ฟ่าและนิสัยหน้าเงินได้อย่างมีชั้นเชิง และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย It’s Okay to Not Be Okay เพื่อ ดูนางเอกสายดาร์กแต่งตัวเริ่ดที่มีแผลในใจลึกไม่แพ้กัน และได้รับการเยียวยาด้วยความรักที่อบอุ่นแบบมนุษย์ธรรมดา!

REVIEW Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด)

  • ประเภทซีรีส์: Historical, Thriller, Horror, Political Drama
  • ชื่อนักแสดง: Ju Ji-hoon รับบท องค์รัชทายาทอีชาง (ผู้ถูกล่าที่กลายเป็นผู้นำ), Bae Doona รับบท ซอบี (หมอหญิงผู้แสวงหาความจริง), Ryu Seung-ryong รับบท โจฮักจู (อัครมหาเสนาบดีจอมบงการ)
  • เนื้อเรื่อง: ท่ามกลางวิกฤตความอดอยากและโรคระบาดที่เปลี่ยนคนเป็นผีดิบคลั่งเนื้อเลือด องค์รัชทายาท ‘อีชาง’ ต้องหลบหนีการตามล่าจากตระกูลโจที่หวังฮุบอำนาจเบ็ดเสร็จ การเดินทางเพื่อค้นหาความจริงเบื้องหลังอาการประชวรของพระบิดา นำไปสู่การต่อสู้เอาชีวิตรอดที่ตอกย้ำว่า ‘ความหิวโหย’ ของราษฎร ช่างน่ากลัวน้อยกว่า ‘ความกระหายอำนาจ’ ของชนชั้นปกครอง

หลังจากที่ลุงใช้เวลา2วันเต็มเพื่อดูเรื่องนี้ล่อไป 2 ซีซั่น สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความงงว่ามันเริ่มยังไง แต่มันคือคำถามที่ว่า… มนุษย์เรามันจะเหี้ยมเกรียมและหน้ามืดตามัวเพราะความอยากได้อยากมี ไปได้สุดทางขนาดไหนวะ? บทวิเคราะห์โดยลุงมอสนี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคที่วิ่งควายไล่กัดคน มันซ่อนสันดานความละโมบของชนชั้นนำ และการดิ้นรนของชนชั้นล่างที่ถูกกดทับจนกลายพันธุ์ไว้อย่างเจ็บแสบและสมจริงที่สุด

ลุงขอบอกเลยนะว่า ซอมบี้ในเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่ศพเดินได้ แต่มันคือสัญลักษณ์ความต้องการพื้นฐานเพื่อความอยู่รอด ราษฎรยอมกินเนื้อคนตายเพราะผู้ปกครองกอบโกยทรัพยากรไปหมดจนอดอยาก ส่วนตัวร้ายอย่าง โจฮักจู คือภาพสะท้อนของมนุษย์ที่มีความเจ้าเล่ห์เพทุบายและเลือดเย็นเต็มขั้น ใช้ความตายของพระราชาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อรักษาอำนาจ ในขณะที่ องค์รัชทายาทอีชาง เริ่มต้นด้วยการหนีตายตามสัญชาตญาณ แต่ค่อยๆ พัฒนาจิตใจจนเกิดพฤติกรรมช่วยเหลือสังคม ยอมทิ้งสถานะบนหอคอยงาช้างลงมาคลุกฝุ่นปกป้องประชาชน มันคือการปะทะกันระหว่างคนที่ใช้ความตายเพื่อรวบอำนาจ กับคนที่ใช้อำนาจเพื่อหยุดความตาย!

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงๆ คะแนน
ความกดดัน ซอมบี้วิ่งร้อยเมตรชิงแชมป์โลก บวกกับเกมการเมืองที่พลาดคือตาย ลุงบีบมือจนเหงื่อซึม บีบคั้นสัญชาตญาณเอาตัวรอดสุดๆ 10/10
ความซับซ้อนของปม ไม่ใช่แค่หนีผี แต่มันคือการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง อำนาจมืดในวังหลวงน่ากลัวกว่ารอยเขี้ยว 9.5/10
พลังการแสดง ริวซึงรยง ในบทโจฮักจู แผ่รังสีอำมหิตจนลุงอยากทะลุจอไปฟาด นิ่ง ลึก แต่กดดันจนหายใจไม่ออก 9.5/10
ระดับความปวดตับ ความเหลื่อมล้ำชนชั้นที่ทำคนเป็นซอมบี้ว่าแย่แล้ว ทำร้ายกันเองตอนไม่มีที่จะไป มันสะเทือนใจชิบเป๋ง 9/10
ความสะใจ คิวบู๊ฟันคอซอมบี้ขาดกระจุย ซามูไรเกาหลี (ดาบโชซอน) สับแหลก ระบายความเก็บกดได้สะใจคนแก่มาก 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ขาวสะอาดและเชื่อมั่นในความดีงามของผู้มีอำนาจ… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งตาสว่างและเห็นว่า บางครั้งมนุษย์ที่หวงแหนอำนาจก็กระหายเลือดและไร้มนุษยธรรมยิ่งกว่าผีดิบไร้สมองซะอีก เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของระบบชนชั้น แล้วลุกขึ้นมาจับดาบฟาดฟันกับความอยุติธรรมไปพร้อมกับลุงมอส@PIWSAI!

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบหนังซอมบี้สายสับแหลก ผีดิบดุร้าย วิ่งไวปานกรด ไม่ใช่เดินลากขาเอื่อยๆ ให้รำคาญใจ
  • คนที่โหยหาการหักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมืองในวังหลวงสุดเข้มข้น ร้ายลึก ร้ายบริสุทธิ์ เชือดเฉือนกันด้วยคำพูดและการกระทำ
  • ขาชอบโปรดักชันระดับฮอลลีวูด งานภาพ คอสตูม ศพ กองเลือด สมจริงจนลุงได้กลิ่นคาวทะลุจอ

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนขวัญอ่อนที่เกลียดเลือดและเครื่องใน เพราะเรื่องนี้คอหลุด แขนขาด เลือดสาดกระจายแบบอันคัท
  • พวกโลกสวยที่คาดหวังเรื่องราวโรแมนติก ซีรีส์นี้มีแต่ความตายกับการทรยศ ไม่มีเวลารักหวานซึ้งกันหรอกนะเห้ย
  • คนที่เกลียดความค้างคา เพราะจบซีซั่นทีไร ลุงแทบอยากจะปาหวีทิ้ง ต้องรอลงแดงกว่าจะได้ดูซีซั่นถัดไป

หากพวกเอ็งชอบความนัวของซอมบี้สัญชาตญาณดิบใน Train to Busan หรือเคยประทับใจกับการเชือดเฉือนชิงบัลลังก์ใน Game of Thrones พวกเอ็งจะ มันส์หยดและลุ้นจนเยี่ยวเหนียว กับ Kingdom อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากการรุกรานของความตาย และการเมืองอันโสมมที่พร้อมจะสังเวยคนหมู่มากเพื่อคนกลุ่มน้อย แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การจับเอาบริบทสังคมและวัฒนธรรมสมัยโชซอน มาผสานกับความสยองขวัญของโรคระบาดได้อย่างมีคลาสและวิพากษ์ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นได้เจ็บลึกสุดๆ และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย All of Us Are Dead เพื่อ ปรับอารมณ์มาดูซอมบี้วัยรุ่นในโรงเรียนมัธยม ที่ขยี้ปมความกดดันของสังคมเกาหลียุคปัจจุบันได้เดือดปุดๆ ไม่แพ้กัน!

REVIEW The Ghost Detective (สืบจากผี)

  • ประเภทซีรีส์: Mystery, Thriller, Horror, Fantasy
  • ชื่อนักแสดง: Choi Daniel รับบท อีดาอิล (นักสืบเอกชนขวางโลก), Park Eun-bin รับบท จองยออุล (ผู้ช่วยสาวใจเด็ด), Lee Ji-ah รับบท ซอนอูฮเย (หญิงสาวชุดแดงจอมบงการ)
  • เนื้อเรื่อง: ‘อีดาอิล’ นักสืบเอกชนฝีมือดีที่รับไขคดีแปลกประหลาด ต้องมาแท็กทีมกับ ‘จองยออุล’ ผู้ช่วยสาวที่ต้องการสืบหาความจริงเบื้องหลังการฆ่าตัวตายอย่างเป็นปริศนาของน้องสาว ทั้งคู่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับคดีอาชญากรรมต่อเนื่องที่มี ‘หญิงสาวชุดแดง’ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นำไปสู่ความจริงสุดช็อกที่พลิกกระดานการสืบสวน เมื่อนักสืบที่ตามล่าผี กลับกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนเสียเอง!

หลังจากที่ลุงใช้วันหยุดดูเรื่องนี้จบ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความสงสัยว่ายัยชุดแดงเป็นใคร แต่มันคือคำถามที่ว่า… คนเรามันต้องแค้นฝังหุ่นหรือแตกสลายขนาดไหนวะ ถึงตายไปแล้วยังจองล้างจองผลาญ หลอกใช้ความอ่อนแอของคนอื่นให้ฆ่าตัวตายได้ลงคอ? บทวิเคราะห์โดยลุงมอส TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ซีรีส์สืบสวนจับผีหน้าฉาก มันซ่อนความบิดเบี้ยวของจิตใจมนุษย์ที่พังทลายจากความอยุติธรรม จนยอมก้มหัวให้เสียงกระซิบของปีศาจเอาไว้อย่างน่าสมเพชและน่าหดหู่แค่ไหน

ลุงขอบอกเลยว่าเรื่องนี้มันคือสงครามจิตวิทยาชัดๆ! ตัวร้ายอย่าง ซอนอูฮเย (หญิงชุดแดง) ไม่ได้มานั่งหักคอคนทิ้งโง่ๆ แต่นางคือตัวแทนของคนหลงตัวเองขั้นสุดและมุ่งร้าย ผสมกับโรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม นางเจาะเข้าหาเหยื่อที่มีบาดแผลทางใจ หรือภาวะซึมเศร้าแล้วดึงเอาความคิดลบที่ผุดขึ้นมาในหัว มาขยี้ให้เหยื่อทนไม่ไหวจนต้องจบชีวิตตัวเอง ในขณะที่ จองยออุล ขับเคลื่อนชีวิตด้วยความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิต ที่ช่วยน้องสาวไม่ได้ ส่วนอีดาอิล แม้ร่างกายจะตายไปแล้ว แต่ความยืดหยุ่นทางใจ และสัญชาตญาณการปกป้องผู้อื่นของเขายังคงอยู่ มันคือการปะทะกันระหว่างคนที่ใช้ความตายเพื่อทำลายล้าง กับคนที่ใช้ความตายเพื่อปกป้องคนเป็น!

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงๆ คะแนน
ความกดดัน บรรยากาศเรื่องโคตรอึมครึม ผีไม่ได้มาตุ้งแช่ แต่มันมายืนจ้องนิ่งๆ เล่นกับความกลัวระดับจิตใต้สำนึก ลุงดูแล้วขนลุกซู่ 9/10
พลังการแสดง อีจีอาในชุดแดง ยิ้มทีลุงเสียวสันหลังวาบ รอยยิ้มไร้เดียงสาที่ซ่อนความวิกลจริตเอาไว้ มันคือความสยองขวัญที่แท้จริง 9.5/10
ความซับซ้อนของปม พล็อตหักมุมตั้งแต่ต้นเรื่อง ข้อจำกัดในการสัมผัสสิ่งของมันสร้างความลุ้นระทึกได้ดีเยี่ยม 8.5/10
ระดับความปวดตับ การที่ตัวร้ายบีบให้คนธรรมดาฆ่าตัวตายด้วยการเล่นกับความอ่อนแอในใจ มันเป็นความโหดร้ายที่สะเทือนอารมณ์สุดๆ 9/10
เคมีนักแสดง แดเนียลกับอึนบิน ไม่ได้มานั่งจีบกันหวานเลี่ยน แต่มันคือความผูกพันแบบสหายร่วมรบที่พึ่งพากันระหว่างคนกับวิญญาณ 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Ghost Detective (สืบจากผี)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ขาวสะอาดและไม่หวาดระแวงคนใส่เสื้อแดงเดินผ่านไปมา… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งจิตตก และเผลอตั้งคำถามว่าในหัวเอ็งมีเสียงกระซิบให้ทำเรื่องบ้าๆ อยู่หรือเปล่า เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของจิตใจมนุษย์ แล้วลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปีศาจในใจตัวเองไปพร้อมกับ ลุงมอส TEAM PIWSAI

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบซีรีส์สืบสวนสายดาร์ก หดหู่ ผสมความแฟนตาซีเหนือธรรมชาติแบบมีกึ๋น
  • คนที่ชอบตัวร้ายสายปั่นประสาท ฉลาดเป็นกรด ไม่ต้องออกแรงฆ่าเองแต่ใช้จิตวิทยาเล่นงานเหยื่อ
  • ขาชอบพล็อตหักมุม ซีรีส์เรื่องนี้กล้าเล่นใหญ่ตั้งแต่ตอนแรกๆ แบบไม่รอให้คนดูตั้งตัว

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่มีภาวะซึมเศร้าหรือจิตใจกำลังอ่อนแอ ลุงเตือนตัวโตๆ เลยว่าข้ามได้ข้าม เพราะมีฉากกระตุ้นการฆ่าตัวตายเยอะมาก
  • พวกเอ็งที่หวังจะดูฉากฟินจิกหมอน พระนางเรื่องนี้แค่วิ่งหนีตายกับสืบคดีก็หมดแรงแล้ว ไม่มีเวลามาโรแมนติกหรอก
  • คนขวัญอ่อนที่เกลียดบรรยากาศอึดอัด ผีเรื่องนี้มันมาแบบหลอนลึกฝังสมอง ไม่ใช่ผีตลกคาเฟ่
  • หากพวกเอ็งชอบความนัวของการไขคดีข้ามมิติใน Signal หรือเคยประทับใจกับบรรยากาศไล่ล่าปีศาจที่เล่นกับจิตใจคนใน The Guest พวกเอ็งจะ ขนหัวลุกและอินจัด กับ The Ghost Detective อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การสืบสวนอาชญากรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานเหนือธรรมชาติและบาดแผลทางใจ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การให้พระเอกตายกลายเป็นผีซะเอง ทำให้ข้อจำกัดในการช่วยเหลือนางเอกและการไขคดีมันท้าทายและบีบคั้นหัวใจคนดูสุดๆ และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Missing: The Other Side เพื่อ ลดความดาร์กลงมาหน่อย แต่ยังคงคอนเซปต์คนเป็นช่วยไขคดีให้คนตายแบบซึ้งกินใจและเยียวยาหัวใจแทน!

REVIEW The Guest (สิงร่างล่าวิญญาณ)

  • ประเภทซีรีส์: Horror, Thriller, Mystery, Supernatural
  • ชื่อนักแสดง: Kim Dong-wook รับบท ยุนฮวาพยอง (คนทรงผู้มองเห็นนิมิต), Kim Jae-wook รับบท ชเวยุน หรือ บาทหลวงมัทเทโอ (นักบวชปราบผี), Jung Eun-chae รับบท คังคิลยอง (สายสืบสาวเลือดเดือด)
  • เนื้อเรื่อง: ‘ซน’ (ผู้มาเยือน) วิญญาณร้ายจากทะเลตะวันออกที่สิงสู่มนุษย์ที่มีจิตใจอ่อนแอและชักนำให้ฆ่าล้างครอบครัวตัวเอง ทำให้ ยุนฮวาพยอง (คนทรง), ชเวยุน (บาทหลวง) และ คังคิลยอง (ตำรวจ) ที่มีอดีตวัยเด็กพังทลายเพราะปีศาจตนนี้ ต้องโคจรมาเจอกัน การไล่ล่าปีศาจที่เล่นกับความมืดมิดในจิตใจมนุษย์จึงเริ่มขึ้น ท่ามกลางศรัทธาและความแค้นที่พร้อมจะกลืนกินพวกเขาทุกเมื่อ

เมื่อลุงใช้เวลาทั้งวันเพื่อดูเรื่องนี้ให้จบ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความขนลุก แต่มันคือคำถามที่ว่า… มนุษย์เรามันอ่อนแอระทวยขนาดไหนวะ ถึงปล่อยให้ความโกรธแค้นในใจเปิดประตูรับปีศาจเข้ามาสิงสู่อย่างง่ายดาย? บทวิเคราะห์โดยลุงมอส TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ซีรีส์ไล่ผีสยองขวัญเลือดสาดหน้าฉาก มันซ่อนกลไกความเปราะบางของจิตมนุษย์ที่พังทลายจากความอยุติธรรมของสังคมเอาไว้อย่างสาหัสสากรรจ์

ลุงขอบอกเลยนะว่าผีในเรื่องนี้ไม่ได้สิงคนมั่วซั่ว แต่มันโคตรฉลาดที่เลือกเจาะจงเฉพาะคนที่มีความเปราะบางทางจิตใจ คนที่ถูกสังคมทอดทิ้ง โดนเจ้านายกดขี่ หรือสะสมความแค้นฝังลึก ‘ซน’ เป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาที่ไปปลดล็อกสัญชาตญาณดิบ ให้มนุษย์กล้าลงมือทำเรื่องระยำที่ตัวเองกดทับไว้ ส่วนตัวเอกทั้งสามคนต่างพกบาดแผลทางใจร่วมกัน จากวัยเด็ก ฮวาพยองใช้ความรู้สึกผิด เป็นตัวขับเคลื่อนชีวิต บาทหลวงชเวยุนใช้ศาสนาเป็นเกราะกำบังความหวาดกลัว และผู้กองคิลยองใช้ความโกรธเกรี้ยว และตรรกะแบบตำรวจเพื่อปฏิเสธความจริงอันโหดร้าย มันคือการรวมตัวของคนพังๆ สามคนที่ต้องมาพยุงกันเพื่อเอาชีวิตรอด

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงๆ คะแนน
ความกดดัน บรรยากาศเรื่องโคตรอึดอัด สิ้นหวัง ลุงดูแล้วหายใจไม่ทั่วท้อง มันสะท้อนความรู้สึกไร้ทางออกของเหยื่อที่ถูกผีสิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ 10/10
พลังการแสดง คนที่โดนผีสิงแต่ละเคสเล่นดีจนลุงหลอน อาการบิดตัว กรีดร้อง มันคือการระเบิดอารมณ์ของคนที่ถูกกดขี่จนเสียสติ 9.5/10
ระดับความปวดตับ ความตายในเรื่องนี้มันไร้ความปรานี ไม่มีการโลกสวย คนดีๆ ก็ตายโหงได้ถ้าเผลอปล่อยให้จิตใจอ่อนแอ 9/10
ความซับซ้อนของปม การตามหาว่าใครคือ ‘ซน’ ตัวจริง ลวงหลอกซับซ้อนจนลุงระแวงไปหมด หักมุมแล้วหักมุมอีก เล่นกับความเชื่อใจของคนดูขั้นสุด 9/10
ความนัวของความสัมพันธ์ มิตรภาพลูกผู้ชายระหว่างคนทรงขี้โวยวายกับบาทหลวงหน้านิ่ง มันคือความขัดแย้งที่โคตรลงตัว เยียวยากันด้วยความรุนแรงและศรัทธา 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Guest (สิงร่างล่าวิญญาณ)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาความวิตกกังวลเพื่อให้นอนหลับฝันดี… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งหวาดระแวงคนรอบข้าง และตั้งคำถามว่าไอ้ความโกรธเกลียดที่พุ่งปรี๊ดอยู่ในหัวพวกเอ็งตอนนี้ มันคือสันดานของเอ็งจริงๆ หรือมี ‘ผู้มาเยือน’ คอยยุยงอยู่กันแน่ เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของจิตมนุษย์ แล้วยืนหยัดสู้กับความมืดมิดในใจไปพร้อมกับลุงมอส TEAM PIWSAI!

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบซีรีส์สายดาร์ก เลือดสาด พิธีกรรมไล่ผี แบบจัดหนักจัดเต็ม ไม่ประนีประนอม
  • คนที่โหยหาการสืบสวนสอบสวนที่ผสมผสานความเชื่อทางศาสนาและไสยศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างมีชั้นเชิง
  • ขาชิปเปอร์สายดาร์ก เพราะเคมีระหว่างบาทหลวงชเวยุนกับฮวาพยองมันดุเดือดและพร้อมตายแทนกันได้ตลอดเวลา

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนขวัญอ่อน จิตตกง่าย หรือเป็นโรคซึมเศร้า ลุงเตือนเลยนะว่าบรรยากาศมันหดหู่และมีฉากทำร้ายตัวเองที่สะเทือนใจมาก

  • พวกเอ็งที่คาดหวังเส้นเรื่องโรแมนติกหวานแหวว เพราะเรื่องนี้ไม่มีเวลามาจีบกัน แค่เอาชีวิตให้รอดไปแต่ละวันก็หืดขึ้นคอแล้ว

  • คนที่ทนเห็นฉากเลือดพุ่ง แทงตา หักคอ ไม่ได้ ซีรีส์เรื่องนี้มันดิบเถื่อนและภาพสมจริงจนน่าสะอิดสะเอียน

หากพวกเอ็งชอบความนัวของ Save Me หรือเคยประทับใจกับพิธีกรรมไล่ผีใน Priest พวกเอ็งจะ ขนหัวลุกผสมหายใจไม่ทั่วท้อง กับ The Guest อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การต่อสู้กับลัทธิหรือปีศาจที่หลอกใช้ความอ่อนแอและความสิ้นหวังของมนุษย์เป็นเครื่องมือ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การจับเอาความเชื่อพื้นบ้านเกาหลีมาปะทะกับศาสนาคริสต์ และตรรกะของตำรวจสายสืบได้อย่างโคตรระทึกและลงตัว และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Strangers from Hell เพื่อ ดิ่งลงไปในขุมนรกของจิตใจมนุษย์ที่ถูกสภาพแวดล้อมบีบคั้นจนกลายเป็นปีศาจซะเอง โดยไม่ต้องพึ่งผีสางเทวดาที่ไหนให้เสียเวลา!

REVIEW A Korean Odyssey (ตำนานไซอิ๋วฉบับเกาหลี)

  • ประเภทซีรีส์: Fantasy, Romance, Comedy, Horror
  • ชื่อนักแสดง: อีซึงกี รับบท ซนโอกง เทพวานรจอมอหังการ, ชาซึงวอน รับบท อูมาวัง ราชาปีศาจกระทิง / ซีอีโอ, โอยอนซอ รับบท จินซอนมี หรือ ซัมจัง ซีอีโอสาวผู้มองเห็นวิญญาณ
  • เนื้อเรื่อง: ‘จินซอนมี’ หญิงสาวที่มีชะตากรรมเป็น ‘ซัมจัง’ ผู้มีเลือดเนื้อหอมหวานดึงดูดปีศาจทั่วสารทิศ ต้องมาพัวพันกับ ‘ซนโอกง’ เทพวานรจอมกะล่อนที่หวังจะจับเธอกินเพื่อเพิ่มพลัง แต่ดันพลาดท่าถูกสวม ‘กึมกังโก’ กำไลพันธนาการรักที่บังคับให้เขาต้องปกป้องเธอด้วยชีวิต จากความสัมพันธ์แบบผู้ล่าและเหยื่อที่ถูกบีบบังคับด้วยเวทมนตร์ นำไปสู่ความรักที่ขัดขืนสวรรค์และการปกป้องโลกจากหายนะ

หลังจากที่ลุงใช้เวลา 20 กว่าชั่วโมงรวดดูเรื่องนี้จบ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าแหวกแนวไซอิ๋วต้นฉบับ แต่มันคือคำถามที่ว่า… ความรักที่เกิดจากการถูกบังคับและยัดเยียดให้รู้สึก มันจะกลายเป็นความผูกพันที่ยอมแลกด้วยชีวิตได้ยังไงวะ? บทวิเคราะห์โดยลุงมอส TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ซีรีส์แฟนตาซีเทพเซียนหน้าฉาก มันซ่อนความเห็นแก่ตัวของสวรรค์ และการดิ้นรนของมนุษย์กับปีศาจที่พยายามกำหนดชะตาชีวิตตัวเองเอาไว้อย่างเจ็บปวดและบ้าคลั่งแค่ไหน

ลุงขอบอกเลยว่า จิตวิทยาในเรื่องนี้มันเล่นกับคำว่า ‘เจตจำนงเสรี’ แบบหน้าด้านๆ ซนโอกง คือตัวแทนของความหลงตัวเอง และความหัวกบฏที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่การถูกสวมกึมกังโก มันคือการทำลายสิทธิในการปกครองตัวเอง บังคับให้เกิดความรู้สึกรักแบบประดิษฐ์ ในขณะที่ จินซอนมี คือคนที่โตมากับบาดแผลวัยเด็ก และความโดดเดี่ยว การที่จู่ๆ มีเทพเจ้ามาคอยปกป้อง (แม้จะเพราะโดนไอ้กำไลนั่นบังคับ) มันคือการเติมเต็มช่องโหว่ทางใจขั้นสุดยอด ความสัมพันธ์นี้มันโคตรจะ Toxic ในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นการไถ่บาป เมื่อความรู้สึกที่ถูกยัดเยียด ค่อยๆ กลายเป็นความรักที่พวกเขาเลือกเองจริงๆ แม้จะต้องแลกด้วยความตายก็ตาม

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงมอส คะแนน
ความซับซ้อนของปม ปมชะตากรรมซัมจัง เล่นเอาลุงปวดหัวกับความดัดจริตและใจร้ายของพวกสวรรค์เบื้องบน 8.5/10
เคมีนักแสดง ลีซึงกิกับโอยอนซอ เล่นได้โคตรมีสเน่ห์ ปากบอกอยากกินเขาแต่ร่างกายนี่พุ่งไปรับตีนแทนตลอด 9/10
ความฮาปนหน้าด้าน ซนโอกงกับอูมาวังตีกันทีไร ลุงหัวเราะจนปอดโยก เป็น Toxic Relationship ของเพื่อนรักเพื่อนแค้นที่แท้ทรู 9.5/10
ระดับการโดนแกง สวรรค์ในเรื่องนี้มันคือสัญลักษณ์ของเผด็จการ ที่หลอกใช้หมากทุกตัวบนกระดานได้อย่างเลือดเย็น! 9/10
ระดับความปวดตับ ช่วงท้ายกระชากอารมณ์สุดๆ 8.5/10

 

ตัวอย่างซีรีย์ A Korean Odyssey (ตำนานไซอิ๋วฉบับเกาหลี)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ขาวสะอาดและศรัทธาในสรวงสวรรค์อันดีงาม… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งเห็นธาตุแท้ว่า พวกเบื้องบนมันก็แค่ผู้มีอำนาจที่ชอบบงการชีวิตคนอื่น แถมยังจะทำให้เอ็งเผลอไปอยากได้ไอ้กำไลกึมกังโกมาสวมให้แฟนตัวเองอีกต่างหาก เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของชะตากรรม แล้วลุกขึ้นมาท้าทายสวรรค์ไปพร้อมกับ ลุงมอส TEAM PIWSAI!

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบพระเอกสายแบดบอย กวนโอ๊ย ปากหมาแต่คลั่งรักแบบไม่มีข้อกังขา ปกป้องนางเอกยิ่งกว่าไข่ในหิน
  • คนที่โหยหาพล็อตแนวอภินิหาร เทพเจ้า ปีศาจ ที่เซ็ตติ้งอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน เสื้อผ้าหน้าผมแฟชั่นจัดเต็ม
  • ขาชิปเปอร์ที่ชอบมิตรภาพชายระหว่างพระเอกกับตัวรอง (ซนโอกง x อูมาวัง) ตีกันแทบตายแต่ขาดกันไม่ได้

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่เกลียด CG ลอยๆ ลุงต้องเตือนไว้ก่อนว่างานภาพบางจุดในสิบตอนแรกมันอาจจะขัดใจพวกตาเทพไปบ้าง
  • พวกเอ็งที่ชอบนางเอกสายบู๊ดุดัน เพราะเรื่องนี้นางเอกมีหน้าที่เป็นเหยื่อล่อและพลังงานหลัก มักจะตกเป็นเป้านิ่งให้พระเอกมาช่วยซะเยอะ
  • สายตรรกะเป๊ะปัง ที่ต้องการเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับทุกกระเบียดนิ้ว เพราะนี่มันโลกเวทมนตร์และชะตากรรมล้วนๆ

หากพวกเอ็งชอบความนัวของ Goblin หรือเคยประทับใจกับความกวนส้นของเทพเจ้าใน Doom at Your Service พวกเอ็งจะ อินจัดและฮาน้ำตาเล็ด กับ A Korean Odyssey อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ความรักต้องห้ามระหว่างสิ่งมีชีวิตทรงพลังเหนือธรรมชาติกับมนุษย์หญิงสาวผู้มีชะตาอาภัพ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ ความบ้าบอคอแตกและการด่าทอกันแบบไม่รักษาภาพพจน์เทพเจ้า ที่ทำให้เรื่องนี้มันกาวและมีสีสันสุดๆ และถ้าดูจบแล้วลุงขอแนะนำให้ต่อด้วย Hotel Del Luna เพื่อ สานต่อความแฟนตาซีโลกวิญญาณ ที่มีงานภาพระดับเทพ และปมความรักที่ผูกพันข้ามภพข้ามชาติที่ลึกซึ้งไม่แพ้กัน!

REVIEW Bring It On, Ghost (วุ่นหัวใจ ยัยผีจอมป่วน)

  • ประเภทซีรีส์: Action, Comedy, Romance, Supernatural
  • ชื่อนักแสดง: แทคคยอน รับบท พัคบงพัล นักศึกษาหมอผีสายบู๊, คิมโซฮยอน รับบท คิมฮยอนจี ผีสาวม.ปลายความจำเสื่อม, ควอนยูล รับบท จูฮเยซอง ศาสตราจารย์สัตวแพทย์หน้าหล่อ
  • เนื้อเรื่อง: ‘พัคบงพัล’ ไอหนุ่มที่เห็นผีแล้วไม่วิ่งหนี แต่เลือกที่จะสาวหมัดใส่เพื่อรับจ้างปราบผีหาเงินไปรักษาสัมผัสที่หกของตัวเอง ดันต้องมาจับพลัดจับผลูกลายเป็นคู่หูกับ ‘คิมฮยอนจี’ ผีสาวม.ปลายที่จำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง การแท็กทีมปราบวิญญาณร้ายจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับการขุดคุ้ยอดีตที่นำไปสู่ฆาตกรตัวจริงที่ซ่อนอยู่ในคราบคนดี

หลังจากที่ลุงใช้เวลา 16 ชั่วโมงรวดดูเรื่องนี้จบ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น แต่มันคือคำถามที่ว่า… คนเรามันต้องรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเจ็บปวดกับสังคมมนุษย์ขนาดไหนวะ ถึงยอมคุยกับผีดีกว่าสุงสิงกับคนเป็นๆ? บทวิเคราะห์โดยลุงมอส@PIWSAI ในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ฉากเตะต่อยผีสุดฮา มันซ่อนบาดแผลของการถูกสังคมตัดหางปล่อยวัด และการดิ้นรนเพื่อมีตัวตนเอาไว้หนักหน่วงแค่ไหน

ลุงขอบอกเลยว่าเรื่องนี้มันซ่อนจิตวิทยาไว้ใต้คิวบู๊! พัคบงพัลไม่ใช่แค่หมอผีธรรมดา แต่พฤติกรรมของมันสะท้อนถึงการสร้างกำแพงกั้นตัวเองจากสังคมเพราะปมวัยเด็กที่โดนรังเกียจจากความสามารถประหลาด มันเลยใช้ ‘ความรุนแรง’ (การเตะต่อยผี) เป็นกลไกป้องกันตัวในการจัดการกับความกลัวและความรู้สึกไร้อำนาจ ส่วนนังหนูฮยอนจีก็คือเกิดวิกฤตตัวตนที่ถูกพรากไป การที่ผีกับคนมาอยู่ด้วยกัน มันคือการชดเชยส่วนที่ขาดหาย คนนึงต้องการคนรับฟังโดยไม่ตัดสิน อีกคนต้องการตอกย้ำว่าตัวเองยังมีตัวตนบนโลกใบนี้ และไอ้ตัวร้ายนั่นแหละของจริง! สันดานดิบที่ซ่อนใต้หน้ากากที่แฝงความไซโคพาธไว้มิดชิดจนน่าขนลุก

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงมอส คะแนน
ความสะใจ คิวบู๊เตะต่อยผีแบบไม่ง้อคาถา ลุงบอกเลยว่าโคตรสะใจ! หมัดลุ่นๆ ซัดผีกระเด็นนี่แหละสัญชาตญาณดิบของคนจริง 9.5/10
เคมีนักแสดง ความรักแบบหมาหยอกไก่ระหว่างคนกับผี ดูไปยิ้มไป แทคยอนกับโซฮยอนเล่นเข้าขากันอย่างกับพี่น้องหยุมหัว ช่วยเยียวยาปมในใจกันและกันได้ดี 9/10
ความซับซ้อนของปม ปมความทรงจำของนางเอก และเบื้องหลังอันมืดมิดของตัวร้าย ถูกหยอดไว้เป็นระยะๆ กระตุ้นต่อมความอยากรู้ได้ดีเยี่ยม 8.5/10
พลังการแสดง บทตัวร้าย เล่นเอาลุงเสียวสันหลังวาบ รอยยิ้มอาบยาพิษที่สะท้อนความผิดปกติทางจิตใจได้เนียนกริบ 9/10
ความสมเหตุสมผลของบท ตรรกะโลกวิญญาณอาจจะมีช่องโหว่บ้างตามสไตล์แฟนตาซี แต่แรงจูงใจในการเอาชีวิตรอดของตัวละครมนุษย์นั้นเรียลและจับต้องได้ 8/10

ตัวอย่างซีรีย์ Bring It On, Ghost (วุ่นหัวใจ ยัยผีจอมป่วน)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตและนอนหลับแบบไม่ระแวง… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งเดินคนเดียวตอนกลางคืนแล้วระแวงว่าจะมีใครมายืนจ้องหน้า หรือเผลออยากกระโดดเตะอากาศเวลาเจอที่มืดๆ เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของพวกผีร้าย แล้วลุกขึ้นมาสู้ชีวิตเตะต่อยอุปสรรคไปพร้อมกับลุง

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบซีรีส์ปราบผีสายบู๊ ไม่เน้นสวดมนต์หลับตาปรี๋ แต่เน้นสาวหมัดกระโดดเตะก้านคอผีแบบแมนๆ
  • คนที่โหยหาความรอมคอมใสๆ ปนแฟนตาซี เคมีพระนางน่ารักกุ๊กกิ๊ก ไม่หนักสมองจนเกินไป
  • ขาชอบตัวร้ายสายจิตวิทยา หล่อ นิ่ง ภายนอกดูอบอุ่นรักสัตว์ แต่ข้างในพร้อมเชือดนิ่มๆ ทิ้งปมให้ตามสืบ

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่หวังความสยองขวัญระดับจิตตก เพราะซีรีส์มันเน้นแอ็คชันกับคอมเมดี้ ผีโผล่มาน่ากลัวแป๊บเดียวก็โดนพระเอกซัดหมอบหมดแล้ว
  • พวกเอ็งที่รำคาญแก๊งตัวประกอบจอมขโมยซีน เพราะรุ่นพี่ของพระเอกสองคนโผล่มาทีไร ความตึงเครียดของเส้นเรื่องหลักหายเกลี้ยง
  • สายดราม่าหนักๆ ที่ชอบปมประสาทแดกแบบแก้ไม่ตก เพราะโครงเรื่องหลักมันฟีลกู้ดและดูง่ายกว่าที่คิดเยอะ

หากพวกเอ็งชอบความนัวของ The Uncanny Counter หรือเคยประทับใจกับแก๊งปราบผีใน Sell Your Haunted House พวกเอ็งจะ มันส์หยดและฟินกระจาย กับ Bring It On, Ghost อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การใช้กำลังและทีมเวิร์คในการจัดการกับวิญญาณร้ายเพื่อปลดปล่อยความแค้น แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การใส่ความมุ้งมิ้งแบบวัยรุ่นวัยเรียนเข้าไปลดทอนความดาร์ก ทำให้มันย่อยง่ายและฮากระจายกว่า และถ้าดูจบแล้วPIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Tale of the Nine Tailed เพื่อ ยกระดับความแฟนตาซีและแอ็คชันไปสู่สเกลตำนานเทพเจ้าที่เดือดและเข้มข้นกว่าเดิม!

REVIEW Oh My Ghost (สาวขี้อายกับยัยผีจอมหื่น)

  • ประเภทซีรีส์: โรแมนติกคอมเมดี้, แฟนตาซี, ระทึกขวัญ, ชีวิตประจำวัน
  • ชื่อนักแสดง: พัคโบยอง รับบท นาบงซอน ผู้ช่วยเชฟผู้ขี้ขลาด, โจจองซอก รับบท คังซอนอู เชฟสตาร์จอมหยิ่ง, Kim Seul-gi รับบท ชินซุนแอ (ผีสาวจอมหื่น)
  • เนื้อเรื่อง: ‘นาบงซอน’ สาวน้อยขี้อายที่มักถูกกดขี่ดันมองเห็นผีได้ วันหนึ่งเธอถูก ‘ชินซุนแอ’ ผีสาวเวอร์จิ้นเข้าสิงร่างเพื่อทำภารกิจปลดปล่อยความใคร่ก่อนไปผุดไปเกิด เป้าหมายคือ ‘เชฟคังซอนอู’ เจ้านายปากร้ายที่บงซอนแอบชอบ ความวุ่นวายปนสยองขวัญจึงเริ่มขึ้นพร้อมกับการไขปริศนาความตายของผีสาวที่ซ่อนความดำมืดเอาไว้

เมื่อลุงใช้เวลาดูเรื่องนี้จบ สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น แต่มันคือคำถามที่ว่า… คนเราต้องถูกกดทับความต้องการทางใจไว้ลึกขนาดไหน ถึงต้องรอให้ ‘ผี’ มาใช้ร่างเพื่อปลดปล่อยความเป็นตัวเอง? บทวิเคราะห์โดยลุงมอสในฐานะคนอาบน้ำร้อนมาก่อน จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ความก๋ากั่นหน้าด้านของผีสาว มันคือเสียงสะท้อนของมนุษย์ที่กลัวการมีชีวิตอยู่จนลืมความปรารถนาของตัวเอง

ลุงบอกเลยนะว่าพล็อตเรื่องสิงร่างนี่มันไม่ได้ตื้นเขิน! ‘นาบงซอน’ คือตัวแทนของคนที่มีปมด้อยขั้นรุนแรง ไร้ความเคารพตัวเอง ยอมให้โลกกระทืบซ้ำๆ เพื่อเลี่ยงความขัดแย้ง ส่วน ‘ชินซุนแอ’ ผีสาวจอมหื่นก็สะท้อนถึงสัญชาตญาณดิบที่พุ่งพล่าน ไร้ขีดจำกัดทางสังคม เมื่อจิตวิญญาณของผีมาเจอกับร่างที่เต็มไปด้วยการกดทับของบงซอน มันเลยเกิดเป็นกลไกการเยียวยาแบบบิดเบี้ยว ที่บีบให้เชฟ ‘คังซอนอู’ ผู้มีปมความสมบูรณ์แบบเพื่อปิดบังความเปราะบางในอดีต ต้องก้าวข้ามกำแพงของตัวเองมาเรียนรู้ความรักที่ไร้เงื่อนไข

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลลุงมอส คะแนน
ความซับซ้อนของปม ปมการตายของผีสาวที่ซ้อนทับโคตรดาร์กและหักมุม 9/10
เคมีนักแสดง พัคโบยองเล่นสองบุคลิกได้โคตรเนียนจนลุงแยกออกชัดเจน เคมีเข้ากับโจจองซอกแบบลุงยิ้มใจละลาย 10/10
พลังการแสดง การสื่อสารอารมณ์จากสาวขี้ขลาดไปสู่ผีสาวสุดแซ่บ มันคือ มาสเตอร์ของการใช้สายตาและภาษากาย 9.5/10
ความนัวของความสัมพันธ์ รักสามเส้าแบบหนึ่งร่างสองวิญญาณ มันสร้างความขัดแย้งทางศีลธรรม ในใจคนดูได้เจ็บแสบมาก 9/10
ระดับความปวดตับ ครึ่งแรกฮากระจาย แต่ครึ่งหลังเมื่อความจริงเปิดเผย มันกระชากอารมณ์จนลุงแทบปรับตัวไม่ทัน 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Oh My Ghost (สาวขี้อายกับยัยผีจอมหื่น)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ขาวสะอาดและมองโลกในแง่ดี… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งตั้งคำถามกับตัวเองว่า สรุปแล้วคนที่น่ากลัวที่สุดคือผี หรือมนุษย์ที่ซ่อนความอำมหิตไว้ใต้หน้ากากคนดีกันแน่ เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของศีลธรรมจอมปลอม แล้วมาขุดสันดานดิบไปพร้อมกับ ลุงมอส @PIWSAI

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบซีรีส์ที่นางเอกเป็นฝ่ายรุกจีบผู้ชายแบบถึงเนื้อถึงตัวและเล่นใหญ่จัดเต็ม
  • คนที่อินกับเรื่องราวการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองและการสร้างความมั่นใจในตัวเอง
  • ขาปะติดปะต่อเรื่องราว เพราะเส้นเรื่องสืบสวนฆาตกรรมทำได้ตึงเครียดผิดกับโปสเตอร์ซีรีส์ลิบลับ

ไม่เหมาะกับใคร?

  • พวกจริยธรรมสูงปรี๊ดที่ทนไม่ได้กับการฉวยโอกาสใช้ร่างกายคนอื่นไปลวนลามผู้ชาย
  • คนที่เกลียดนางเอกบุคลิกขี้แย อมพะนำในช่วงแรก เพราะเอ็งจะหงุดหงิดจนอยากทะลุจอไปหยุมหัว
  • คนที่อยากดูสยองขวัญเพียวๆ แบบผีตุ้งแช่ เพราะผีเรื่องนี้เน้นขายขำกับดราม่า ไม่ได้กะเอาให้หัวใจวาย

หากพวกเอ็งชอบความนัวของ Mr. Queen หรือเคยประทับใจกับ Strong Girl Bong-soon (ที่พัคโบยองเล่นเหมือนกัน) พวกเอ็งจะ ขำก๊ากผสมน้ำตาซึม กับ Oh My Ghost อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การถูกสิงร่าง/เปลี่ยนสลับขั้วบุคลิกภาพ ที่นำไปสู่การกะเทาะเปลือกความอ่อนแอของตัวเอง แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การบาลานซ์โทนเรื่องสืบสวนฆาตกรรมโรคจิต เข้ากับความหื่นฮาของผีสาวได้อย่างกลมกล่อม และถ้าดูจบแล้วลุงมอส @PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Bring It On, Ghost เพื่อ ดูซีรีส์หมอผีวัยรุ่นที่แอ็คชันจัดเต็มกว่า และได้กลิ่นอายความรักข้ามภพที่ฟีลกู้ดขึ้นมาอีกนิด

REVIEW Master's Sun (รักป่วนวิญญาณหลอน)

  • ประเภทซีรีส์: โรแมนติกคอมเมดี้, สยองขวัญ, แฟนตาซี, จิตวิทยา
  • ชื่อนักแสดง: โซจีซบ รับบท  จูจุงวอน ซีอีโอศูนย์การค้าจอมงก, กงฮโยจิน รับบท แทกงชิล หญิงสาวผู้มองเห็นวิญญาณ
  • เนื้อเรื่อง: ชีวิตของ ‘แทกงชิล’ ต้องพังทลายและอดนอนจนแทบเป็นบ้าเมื่อเธอเริ่มมองเห็นวิญญาณอาฆาต จนกระทั่งค้นพบว่าสัมผัสจาก ‘จูจุงวอน’ ซีอีโอหน้าเลือดผู้ยึดถือแต่เงิน คือ “หลุมหลบภัย” ที่ทำให้ผีหายไปได้ ความขัดแย้งระหว่างคนที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเอาชีวิตรอด กับนายทุนที่หวังหลอกใช้เธอเพื่อไขปมการตายของอดีตคนรัก จึงก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งบิดเบี้ยวและเยียวยา

หลังจากที่ลุงดูเรื่องนี้จบ สิ่งที่ทิ้งกลางทางไว้ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น แต่มันคือคำถามที่ว่า… มนุษย์เรามันจะสร้างกำแพงความเห็นแก่ตัวขึ้นมาปกปิดความเปราะบางของตัวเองได้หนาขนาดไหนวะ? บทวิเคราะห์โดยลุงมอสนี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเอ็งดูว่า ภายใต้ซีรีส์คอมเมดี้ปนสยองขวัญหน้าฉาก มันซ่อนสันดานดิบและบาดแผลทางใจของมนุษย์ไว้อย่างลุ่มลึกจนน่าขนลุก

ลุงขอบอกเลยว่าจิตวิทยาตัวละครเรื่องนี้มันไม่ได้มาเล่นๆ จูจุงวอน เป็นตัวแทนที่ชัดเจนของคนที่มีกลไกป้องกันตัวเองเขาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฝังใจ จากการถูกลักพาตัวในอดีต จึงสร้างเกราะกำบังด้วยการทำตัวหน้าเงิน ไร้หัวใจ และคำนวณทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปเป็นเหยื่อที่อ่อนแออีก ในขณะที่ แทกงชิล สะท้อนภาวะของผู้ป่วย PTSD ที่สูญเสียอำนาจในการควบคุมชีวิตตัวเอง สังคมมองว่าเธอเป็นคนบ้า แต่แท้จริงเธอแค่ต้องการ “พื้นที่ปลอดภัย” ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ใช่แค่พระเอกนางเอกมารักกัน แต่มันคือคนป่วยสองคนที่ใช้จุดอ่อนของอีกฝ่ายมาอุดรอยรั่วในจิตใจตัวเองต่างหาก

หัวข้อการวิเคราะห์ เหตุผลโดยลุงมอส คะแนน
ความซับซ้อนของปม ปมในอดีตของพระเอกถูกผูกซ้อนไว้กับความรู้สึกผิด 9/10
เคมีนักแสดง โซจีซอบและกงฮโยจินเล่นความย้อนแย้งนี้ได้โคตรธรรมชาติ 10/10
ความกดดัน จังหวะผีโผล่ทำเอาลุงเกือบหัวใจวาย 8.5/10
ความสมเหตุสมผลของบท ตรรกะการกระทำของตัวละครชัดเจน แม้จะอยู่บนพื้นฐานของความแฟนตาซี แต่การตัดสินใจทุกอย่างมาจากสัญชาตญาณเอาตัวรอดของมนุษย์ 9/10
ความนัวของความสัมพันธ์ จากนายจ้างลูกจ้าง จากคนหลอกใช้ กลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้ ความสัมพันธ์แบบPush and Pullทำได้ถึงแก่น 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Master's Sun (รักป่วนวิญญาณหลอน)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากลุง

ถ้าพวกเอ็งยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ขาวสะอาดและนอนหลับสนิท… ลุงขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะทำให้พวกเอ็งระแวงมุมมืดในห้องนอนไปอีกหลายคืน แถมยังถูกขยี้ปมความเห็นแก่ตัวในใจลึกๆ ให้ออกมาประจานตัวเอง เว้นแต่พวกเอ็งจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของจิตใจมนุษย์ แล้วก่อร่างสร้างใจใหม่ไปพร้อมกับลุง

เหมาะกับใคร?

  • พวกเอ็งที่ชอบความโรแมนติกแบบมีชั้นเชิง ไม่ใช่เลี่ยนไปวันๆ แต่รักกันบนความบอบช้ำ
  • คนที่โหยหาการเติบโตของตัวละครที่ค่อยๆ กะเทาะเปลือกความเห็นแก่ตัวทิ้ง
  • ขาซาดิสต์ที่ชอบความหลอนปนฮา ผีเรื่องนี้หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวแบบไม่เกรงใจใคร

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนขวัญอ่อนที่เกลียด Jump Scare ลุงเตือนแล้วนะว่าผีมันโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง
  • พวกโลกสวยที่คาดหวังพระเอกแสนดีตั้งแต่วินาทีแรก เพราะช่วงแรกตานี่มันเห็นแก่ตัวจนน่าด่า
  • คนที่ไม่ชอบพล็อตเรื่องแบบกึ่งจบในตอนที่ต้องคอยเคลียร์ปมวิญญาณรับเชิญทีละตัว

หากพวกเอ็งชอบความนัวของ Hotel Del Luna หรือเคยประทับใจกับการเยียวยาจิตใจใน It’s Okay to Not Be Okay พวกเอ็งจะ จุกอกผสมอบอุ่นหัวใจ กับ Master’s Sun อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การใช้สัญญาเหนือธรรมชาติ (ความตาย/ผี/นิทาน) มาเป็นตัวแทนของบาดแผลในจิตใจ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การบาลานซ์ความน่ากลัวระดับขนหัวลุกเข้ากับความฟินจิกหมอนแบบผู้ใหญ่ได้อย่างไร้รอยต่อ และถ้าดูจบแล้ว ลุงแนะนำให้ต่อด้วย Oh My Ghost เพื่อ ล้างตากับความน่ารักของผีสาว และดูการพัฒนาตัวละครที่ต้องแชร์ร่างกันในอีกรสชาติหนึ่งที่เบาสมองกว่า

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
Subscribe
แจ้งให้ทราบ
0 Comments
ไฮไลต์ข้อความเฉพาะจุดในบทความ
ความคิดเห็นทั้งหมด