review Joy of Life

รีวิวจริงใจ หาญท้าชะตาฟ้า : ซีรีส์ที่ทำให้คุณรู้สึกโง่ลงเพราะบทมันเทพเกิน!

style Piwsai

รีวิว หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร

ตอนที่ผมเริ่มดู หาญท้าชะตาฟ้า ภาคแรก ผมเกือบจะปิดทิ้งเพราะนึกว่าเป็นแค่ซีรีส์ทะลุมิติพล็อตเกร่อๆ ที่พระเอกโชว์เทพ แต่พอพ้น 10 อีพีแรกไปเท่านั้นแหละ ผมต้องกราบคนเขียนบทแรงๆ ที่ทำให้ผมกลายเป็นคน “ระแวงทุกตัวละคร” แม้กระทั่งคนรับใช้ที่ไม่มีบทพูด

สิ่งที่ทำให้ผมคลั่งไคล้เรื่องนี้จนยอมถ่างตาดูภาค 2 แบบวันต่อวัน (และวนกลับไปดูภาค 1 ซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียดที่มองข้าม) ไม่ใช่ฉากสู้กันตูมตาม แต่มันคือ “บทพูดพ่นไฟ” ที่ฟ่านเสียนใช้ฟาดหน้าขุนนางเฒ่าทั้งแผ่นดิน ความสะใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การชนะด้วยกำลัง แต่มันคือการที่พระเอกใช้ความรู้สมัยใหม่มา “ปั่นหัว” ระบบศักดินาจนพังพินาศ นี่คือซีรีส์ที่ดูแล้วรู้สึกว่าเรา (คนดู) โง่ลงทุกนาทีที่ตัวร้ายเริ่มยิ้มครับ

ต้องมาเอาชีวิตรอดในดง 'ปีศาจการเมือง'

หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร (Joy of Life)

พล็อตซ้อนพล็อตที่ไม่มีคำว่า “บังเอิญ”

ความเทพของเรื่องนี้คือการวางหมาก ทุกตัวละครมี “วาระซ่อนเร้น” แม้แต่พ่อของพระเอก พี่ชายของพระเอก หรือกระทั่งคนที่ดูเหมือนจะมารักพระเอก ทุกคนมีเบื้องหลังที่โยงใยไปถึง “ปริศนาการตายของเยี่ยชิงเหมย” (แม่พระเอก) มันเป็นการเดินเรื่องแบบสืบสวนสอบสวนที่ฉาบหน้าด้วยหนังกำลังภายใน และตบท้ายด้วยกลิ่นอายไซไฟที่ทำให้เราต้องอุทานว่า “เฮ้ย! แบบนี้ก็ได้เหรอ?”

ศูนย์รวมคนฉลาดที่ไร้หัวใจ vs เด็กหนุ่มผู้แสวงหาความยุติธรรม

  • ฟ่านเสียน: พระเอกที่ฉลาดเป็นกรด แต่จุดอ่อนเดียวคือ “ความเป็นมนุษย์” ในโลกที่ทุกคนมองคนอื่นเป็นเบี้ย เขาเป็นคนเดียวที่พยายามมองคนอื่นเป็นเพื่อนมนุษย์จริงๆ

  • ฮ่องเต้ชิ่ง: นี่คือตัวละคร “บอสใหญ่” ที่น่าเกรงขามที่สุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์จีน ไม่ต้องสวมชุดมังกรเต็มยศ แค่นั่งหัวยุ่งๆ ใส่ชุดลำลองจิบชาอยู่กลางตำหนัก ก็แผ่รังสีอำมหิตจนขุนนางขาสั่นได้ ความคิดของเขาคือปริศนาที่ใหญ่ที่สุดของเรื่อง

  • เฉินผิงผิง: ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบที่นั่งรถเข็นแต่คุมความลับทั้งแผ่นดิน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฟ่านเสียนคือความซับซ้อนที่น่าร้าวรานใจที่สุด

ความรู้สึกที่วัดด้วยตัวเลข!!
หัวข้อ คะแนน นิยามความรู้สึกจาก Piwsai
ความเหลี่ยมของบท 10/10 หักหลังกันยิ่งกว่าแฟนเก่า ซับซ้อนจนต้องจดไดอะแกรม
ระดับความฮา (ตลกร้าย) 9 มุกตลกหน้าตายของหวังฉี่เหนียนคือของดีที่ช่วยให้หายเครียด
ความลุ้นระทึกของปริศนา 9.5 เฉลยมาทีไร ต้องกลับไปดูตอนที่ 1 ใหม่ทุกที

 

ถ้าคุณมองหาความเป๊ะทางการเมืองแบบ “หลางหยาป่าง มหาบุรุษพลิกแผ่นดิน” (Nirvana in Fire) เรื่องนี้อาจจะดูมีสีสันและขี้เล่นกว่า แต่ถ้าถามถึงความ “สะใจ” ในการเห็นตัวเอกใช้ไหวพริบเอาตัวรอดจากสถานการณ์จนตรอก Joy of Life คือเบอร์หนึ่งที่ยากจะหาใครมาล้ม

ถาม-ตอบ

มันคือลูกผสมระหว่างกำลังภายใน การเมือง การสืบสวน และไซไฟครับ เป็นการเอาคนที่มีความรู้สมัยใหม่ไปวางไว้ในโลกที่ดูเหมือนโบราณแต่มีความลับดำมืดซ่อนอยู่

จำเป็นอย่างยิ่งครับ! เพราะเนื้อเรื่องในภาค 2 คือการขยี้ปมที่ทิ้งไว้ในภาค 1 แบบต่อเนื่องนาทีต่อนางที ข้ามไม่ได้เลยแม้แต่ตอนเดียว

มันคือการประชดประชันครับ พระเอกพยายามจะใช้ชีวิตให้มีความสุขตามชื่อเรื่อง แต่โลกใบนั้นกลับไม่ยอมปล่อยให้เขาอยู่อย่างสงบ

เรื่องนี้เหมาะกับ

คนที่ชอบตัวเอกที่ “ไม่โง่”, คนที่เบื่อพล็อตซีรีส์จีนย้อนยุคแบบเดิมๆ และคนที่ชอบลับสมองไปกับการเดาทางบทสนทนา

เรื่องนี้ “ไม่” เหมาะกับ

คนที่เน้นดูฉากเลิฟซีนหวานแหวว (เพราะรักในเรื่องนี้มีไว้เพื่อเสริมเส้นเรื่องการเมือง) หรือคนที่เกลียดตอนจบที่ทิ้งปมไว้ให้ลงแดงตาย

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน

FOLLOW UP

ถ้าดูจบแล้วไปไหนต่อ?

Next Move: ถ้าดูจบแล้วยังอึนกับกลเกมทางการเมือง ผมขอส่งคุณไปต่อที่ “Sword Snow Stride” (ดาบพิฆาตกลางหิมะ) ซึ่งนำแสดงโดยจางรั่วหยุน (คนเดียวกับฟ่านเสียน) เรื่องนั้นจะเน้นไปที่การเติบโตและการวางแผนของทายาทอ๋องที่ต้องแบกรับชะตากรรมแผ่นดิน โทนเรื่องจะเคร่งขรึมกว่านิดหน่อย แต่ความฉลาดของพระเอกยังคงความยียวนไว้เต็มร้อย

ตำนานซีรีย์รักรสชาตินี้ขมคอ

TESTIMONIALS

นักวิจารณ์สายสับที่อยู่ในวงการมาตั้งแต่ยุคแผ่นผีจนถึงสตรีมมิ่ง 8K เชื่อว่า “หนังดีไม่ต้องปีนบันไดดู แต่ต้องดูแล้วได้อะไรติดสมองกลับไป”

บทความอื่นๆ

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
Subscribe
แจ้งให้ทราบ
0 Comments
ไฮไลต์ข้อความเฉพาะจุดในบทความ
ความคิดเห็นทั้งหมด