review Go Princess Go

บันทึกรักข้ามภพ : ซีรีส์ทุนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ที่ใช้พัดลมเป่าจนดังระเบิด

style Piwsai

รีวิว บันทึกรักข้ามภพ

ถ้าคุณคิดว่าซีรีส์ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ต้องมีวังใหญ่โต ชุดปักดิ้นทองคำ และ CG อลังการ… แสดงว่าคุณยังไม่เคยเจออานุภาพของ “ความจน” ในเรื่องนี้ครับ!

ผมกล้าสารภาพเลยว่า ตอนเปิดดูอีพีแรกตอนตีสอง ผมขำจนสำลักน้ำตาแตกและดูรวดเดียวจบแบบไม่หลับไม่นอน ไม่ใช่เพราะบทมันล้ำลึกนะ แต่ผมแค่อยากรู้ว่า “ทีมงานมันจะกาวไปได้สุดที่ตรงไหนวะ!?” นี่คือซีรีส์ที่ผู้กำกับจนกรอบจนต้องให้นักแสดงชายใส่กางเกงขาสั้นโชว์น่องพร้อมรองเท้าแตะสาน (อ้างว่าเป็นแฟชั่นโรมัน) และมีทุเรียนเป็นพร็อพประกอบฉากที่ต้องเวียนกันกินทั้งกองถ่าย! แต่มหัศจรรย์ตรงที่ ความบ้าบอไร้สติเหล่านี้กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงรักความ “หน้าด้าน” ของซีรีส์จนกดหยุดดูไม่ได้ครับ

ซีรีส์ทุนต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่ใช้ พัดลมตัวเดียว เป่าเรตติ้งจนกระจุย!

บันทึกรักข้ามภพ (Go Princess Go)

สุนทรียศาสตร์แห่งความ “อนาถา” ที่โคตรจริงใจ

ลืมเรื่องแสงสีละมุนตาไปได้เลย ผู้กำกับเรื่องนี้ใช้ทฤษฎีสีแบบคอนทราสต์จัดจ้าน (แดงแปร๊ด เขียวปี๋) บวกกับไอเท็มศักดิ์สิทธิ์ประจำกองถ่ายคือ “พัดลมอุตสาหกรรม 1 ตัว” ที่เป่าผ้าม่าน (ซึ่งเอามาทำเป็นชุดนักแสดง) ให้ปลิวไสวอยู่ตลอดเวลา มันเป็นความพยายามที่จะทำให้ภาพดูแพงทั้งที่กระเป๋าตังค์แบนแต๊ดแต๋ แต่มันกลับสร้าง Visual ที่เป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นไวรัล นี่คือตำนานของการเปลี่ยน “ข้อด้อย” ให้เป็น “จุดขาย” แบบหน้าตาเฉย!

เมื่อเพลย์บอยตัวพ่อ ต้องมาเป็นเมียหลวงในดงสตรี

  • จางเผิง / จางพงพง (จางเทียนอ้าย): นี่คือนางเอกที่ “แมน” กว่าพระเอกทุกเรื่องรวมกัน! จิตวิทยาความฮาของตัวละครนี้คือการที่วิญญาณผู้ชายเจ้าชู้ตัวพ่อ ทะลุมิติมาอยู่ในร่างฮองเฮาสุดสวย สิ่งแรกที่ฮีทำไม่ใช่การฟาดฟันกับเมียน้อย แต่เป็นการ “ลวนลาม” เมียน้อยของผัวตัวเอง! จางเทียนอ้ายเล่นบทผู้ชายในร่างหญิงได้โคตรห้าว เนียนจนคนดูผู้หญิงยังอยากได้เป็นผัว

  • ฉีเซิ่ง (เซิ่งอี้หลุน): พระเอกหน้านิ่งประหนึ่งฉีดโบท็อกซ์มาเกินขนาด ผู้ชายที่ดูเหมือนจะเครียดอยู่คนเดียวในเรื่อง ความฮาคือการได้เห็นอีตาฮ่องเต้มาดขรึมคนนี้ ค่อยๆ โดนความบ้าบอของนางเอกตกจนเสียอาการและกลายร่างเป็นคนคลั่งรักแบบงงๆ

ความรู้สึกที่วัดด้วยตัวเลข!!
มิติการวิเคราะห์ คะแนน นิยามความฮาฉบับ Piwsai
ความจนของโปรดักชั่น 100/10 ชุดทำจากผ้าม่านสำเพ็ง และเครื่องประดับจากร้าน 20 บาท
ความลื่นไหลทางเพศ (LGBTQ+ Vibe) 10 ชายรักชาย? หญิงรักหญิง? ชายรักหญิง? ช่างแม่ง รั่วให้สุด!
ความเบาสมอง 10 กรุณาฝากสมองไว้ที่ยามหน้าหมู่บ้านก่อนรับชม

ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ หลายคนต้องนึกถึงเวอร์ชั่นรีเมคเกาหลีอย่าง “Mr. Queen” (รักวุ่นวาย นายมเหสีหลงยุค) แน่นอนครับ ความต่าง: Mr. Queen คือเวอร์ชั่นที่ “ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1” มีงบ มีบทที่ขัดเกลามาอย่างดี และมีการเมืองที่เข้มข้น แต่ Go Princess Go คือเวอร์ชั่น “ดิบ เถื่อน กาว” ที่มีความเป็น B-Movie สูงปรี๊ด ซึ่งถ้าเทียบความ “บ้าบอแบบไม่แคร์โลก” ผมให้ต้นฉบับจีนชนะขาดลอยในแง่ของความกล้าบ้าบิ่นครับ!

ถาม-ตอบ

ถูกต้องครับ! Go Princess Go คือซีรีส์ต้นฉบับที่ดัดแปลงมาจากนิยายจีนเรื่องเดียวกัน ก่อนที่เกาหลีจะซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมคจนดังระเบิดในชื่อ Mr. Queen

จริงครับ! เพราะความกาวของผู้กำกับและเสียงบ่นของคนดู ทีมงานเลยทำตอนจบออกมาถึง 3 แบบ (แฮปปี้, เศร้า, และจบแบบอิหยังวะ) ให้ไปเลือกดูเอาเองตามใจชอบเลย

เหตุผลเดียวเลยคือ “ไม่มีเงินครับ!” ทีมงานงบน้อยมากจนต้องดัดแปลงเสื้อผ้าจากผ้าม่านราคาถูก และตัดกางเกงให้สั้นเพื่อประหยัดผ้า กลายเป็นแฟชั่นหลุดโลกที่ฮาไม่เหมือนใคร

เรื่องนี้เหมาะกับ

คนที่เครียดจากงานจนอยากพังโต๊ะ, คนที่ชอบคอมเมดี้แบบหน้าตาย, สายวายที่ชอบความจิ้นแบบงงๆ และคนที่เอ็นจอยกับความ “อิหยังวะ” ของโปรดักชั่น

เรื่องนี้ “ไม่” เหมาะกับ

ตำรวจประวัติศาสตร์ที่ต้องการความเป๊ะ, คนที่เกลียดโปรดักชั่นทุนต่ำแบบเห็นได้ชัด หรือคนที่ต้องการพล็อตเรื่องที่สมเหตุสมผล (เพราะเรื่องนี้หาเหตุผลไม่เจอเลย!)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน

FOLLOW UP

ถ้าดูจบแล้วไปไหนต่อ?

Next Move: ถ้าคุณติดใจจริตการทำลายล้างกฎเกณฑ์ของซีรีส์ย้อนยุค ผมผายมือให้ไปต่อที่ “ข้านี่แหละองค์หญิงสาม” ซีรีส์ที่นางเอกทะลุมิติเข้าไปในบทละครที่ตัวเองเขียน แถมยังเป็นเมืองที่ผู้หญิงเป็นใหญ่และผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหลัง ฮาปอดโยกและฉีกขนบไม่แพ้กัน!

เกือบจะเรียกว่าเป็นซีรีส์วายมาก่อนกาลย้อนยุค

TESTIMONIALS

ผู้เชี่ยวชาญด้านซีรีส์ที่ใช้เวลาครึ่งชีวิตอยู่ในโลกสตรีมมิ่ง มักมองหา “รูโหว่” ในบทพอๆ กับที่มองหา “หัวใจ” ของเรื่องราว”

บทความอื่นๆ

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
Subscribe
แจ้งให้ทราบ
0 Comments
ไฮไลต์ข้อความเฉพาะจุดในบทความ
ความคิดเห็นทั้งหมด