review Ever Night
รีวิว สยบฟ้าพิชิตปฐพี : เมื่อเด็กล้างจานท้าทายสวรรค์ด้วยรอยหมึกและเลือด
รีวิว สยบฟ้าพิชิตปฐพี
ถ้าคุณยังติดภาพพระเอกสายคุณธรรมจ๋าที่ต้องกอบกู้โลกด้วยใจบริสุทธิ์ ผมแนะนำให้ข้ามเรื่องนี้ไปเลยครับ เพราะ “หนิงเชวีย” คือไอ้เด็กนรกที่โตมาในกองศพ และทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของตัวเองกับสาวใช้ตัวเล็กๆ อย่าง “ซังซัง” เท่านั้น
วินาทีที่ผมดูฉาก “การต่อสู้กลางสายฝนที่หอชุนเฟิง” ผมถึงกับต้องอุทานออกมากลางดึกว่า “นี่มันงานศิลปะชัดๆ!” มันไม่ใช่แค่คนมาแกว่งดาบใส่กัน แต่มันคือการใช้น้ำฝน หยดเลือด และท่วงท่าการต่อสู้ที่ร้อยเรียงออกมาเหมือนการตวัดพู่กันจีน ความเท่ที่ดูเรียลและทรงพลังขนาดนี้คือสิ่งที่ทำให้ผมยอมจมปลักอยู่กับซีรีส์เรื่องนี้กว่า 60 ตอน (ในซีซันแรก) โดยไม่กดข้ามแม้แต่เฟรมเดียว
แต่นะ… ความเจ็บปวดที่แท้จริงไม่ใช่การล้างแค้นในเรื่อง แต่มันคือการ “เปลี่ยนตัวพระเอก” ในซีซัน 2 ที่ทำเอาแฟนคลับอกหักกันค่อนแผ่นดิน!
สยบฟ้าพิชิตปฐพี (Ever Night)
สุนทรียศาสตร์แห่งมวลหมึก
จุดที่ สยบฟ้าพิชิตปฐพี ทิ้งห่างซีรีส์แฟนตาซีทั่วไปคือการใช้ “ภูมิศาสตร์” จริงๆ ในการถ่ายทำ ตั้งแต่ทะเลทรายโกบีไปจนถึงยอดเขาหิมะ งานภาพมันดู “หนาว” และ “กว้าง” จนเราสัมผัสได้ถึงความกดดันของโชคชะตาที่ตัวละครแบกอยู่ นอกจากนี้ระบบพลัง “การเขียนอักษร” คือการเอาวัฒนธรรมจีนมาแปลงเป็นอาวุธได้เท่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
ความรักที่เห็นแก่ตัวที่สุดในปฐพี
-
หนิงเชวีย: ไม่ใช่ฮีโร่แต่คือ “ผู้รอดชีวิต” ความแค้นของเขาไม่ใช่เรื่องการเมืองระดับประเทศในตอนแรก แต่มันคือความแค้นของเด็กชายที่ครอบครัวถูกฆ่าล้างโคตร เขาคือคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้แต่สวรรค์ (เฮ่าเทียน)
-
ซังซัง: ตัวละครที่ดูเหมือนเป็นแค่เครื่องเคียง แต่แท้จริงแล้วคือ “หัวใจ” ของเรื่อง ความสัมพันธ์แบบ นาย-บ่าว ที่ผูกพันกันด้วยการพึ่งพากันและกันในวันที่โลกใจร้ายใส่ คือสิ่งที่ดึงให้เรื่องนี้ดูมีความเป็นมนุษย์ท่ามกลางพลังเทพเหนือธรรมชาติ
| มิติการวิเคราะห์ | คะแนน | นิยามความรู้สึกจากใจบีบครั้น |
| งานภาพและการจัดแสง | 10/10 | สวยระดับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ |
| ความดุเดือดของการต่อสู้ | 9 | หนักแน่น มีจังหวะจะโคน ไม่ใช่แค่รำมวยจีน |
| ความต่อเนื่อง (S1 vs S2) | 6 | ตกม้าตายตอนเปลี่ยนตัวละครหลัก สภาพจิตใจคนดูสั่นคลอน |
ถ้าคุณชอบความอลังการของโลกกว้างๆ และการต่อสู้ที่ใช้ไหวพริบของ สยบฟ้าพิชิตปฐพี ผมอยากให้คุณลองนึกถึง “The Witcher” ในเวอร์ชั่นจีนดูครับ ความหม่นและความเทาของโลกคล้ายกันมาก แต่ถ้าจะเทียบในวงการซีรีส์จีนด้วยกัน “สยบฟ้าพิชิตปฐพี” คือพี่ชายที่ดูโตและขรึมกว่า “สัประยุทธ์ทะลุฟ้า” (Fights Break Sphere) ที่เน้นความมันส์แบบเด็กหนุ่มไฟแรง
ถาม-ตอบ
เป็นเรื่องของคิวงานและตารางการถ่ายทำของเฉินเฟยอวี่ (พระเอกภาคแรก) ที่ไม่ลงตัวครับ ทำให้ดีแลน หวัง มารับช่วงต่อ ซึ่งแม้ฝีมือจะดีแต่บุคลิกต่างกันมากจนคนดูต้องใช้เวลาปรับตัว
ในเวอร์ชั่นซีรีส์อาจจะทิ้งปมและอารมณ์ที่ค้างคาไว้บ้างเมื่อเทียบกับนิยาย แต่ถ้าถามถึงบทสรุปของความสัมพันธ์พระ-นาง ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอยครับ
ช่วงแรกอาจจะมึนกับคำว่า “ด่านพลัง” ต่างๆ แต่ให้โฟกัสที่การ “วาดอักษร” และการสื่อสารกับธรรมชาติครับ แล้วคุณจะเห็นว่ามันเป็นระบบที่ฉลาดมาก
เรื่องนี้เหมาะกับ
คนที่ชอบงานโปรดักชั่นระดับเทพ, คนที่ชอบพระเอกสายที่ไม่สนกฎเกณฑ์ และคนที่ชอบแนวทางการฝึกวิชาที่ลุ่มลึกและมีปรัชญาซ่อนอยู่
เรื่องนี้ “ไม่” เหมาะกับ
คนที่แพ้การเปลี่ยนตัวนักแสดงนำ (Season 2), คนที่ชอบนางเอกสายหวานพิมพ์นิยม (เพราะซังซังคือความงามที่ต้องใช้ใจมอง) หรือคนที่ต้องการพล็อตเรื่องที่เดินไวแบบติดจรวด
FOLLOW UP
ถ้าดูจบแล้วไปไหนต่อ?
Next Move: หากคุณยังอินกับพระเอกสายล้างแค้นที่ต้องฝึกวิชาแบบรากเลือด ผมขอส่งไม้ต่อให้ “อินทรีหิมะเจ้าดินแดน” (Snow Eagle Lord) ครับ งานภาพ CG อาจจะดูแฟนตาซีกว่านิดหน่อย แต่เรื่องความมุ่งมั่นในการปกป้องครอบครัวและการไต่เต้าจากคนธรรมดาสู่ยอดฝีมือ รับรองว่าได้อารมณ์เดียวกันเป๊ะ
