review Love Like the Galaxy
ดาราจักรรักลำนำใจ: ซีรีส์รักอาบเลือด เมื่อคนพังๆ สองคนพยายามจะเป็นเซฟโซนให้กัน
รีวิว ดาราจักรรักลำนำใจ
ถ้าคุณกดคลิกเข้ามาดูเรื่องนี้เพราะชื่อไทย “ดาราจักรรักลำนำใจ” แล้วคาดหวังความโรแมนติกหวานแหวว พระเอกแสนดีอุ้มนางเอกชมจันทร์… ผมบอกเลยว่าคุณโดนป้ายยาผิดขวดแล้วครับ! ในฐานะคนที่ยอมขอบตาคล้ำ ซัดรวดเดียว 56 ตอนจบภายในไม่กี่วัน (แถมยังต้องกลับไปวนดูฉาก “บอกยกเลิกงานแต่ง” ซ้ำอีกสามรอบ) ผมกล้าพูดเลยว่านี่ไม่ใช่ซีรีส์รักใสๆ แต่มันคือการเอา “ปมบาดแผลในวัยเด็ก” มาขยี้ผ่านตัวละครที่พังพินาศที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์ซีรีส์จีน
ความเจ๋งที่ทำให้เรื่องนี้ฉีกกฎซีรีส์ตลาดแตก คือการที่มันกล้าเอา “Red Flag” ตัวเบ้อเริ่มมาเดินเรื่อง นางเอกไม่ใช่ผ้าขาวที่รอความช่วยเหลือ และพระเอกก็ไม่ใช่คนดีที่โลกต้องการ แต่มันคือการปะทะกันของคนมีแผลที่กัดกันจนเลือดสาด ก่อนจะค่อยๆ เลียแผลให้กันครับ
Love Like the Galaxy (ดาราจักรรักลำนำใจ)
การหลอกล่อคนดูด้วย “ตลกร้าย” ก่อนเชือดนิ่มๆ
เทคนิคการเล่าเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้คือการตบหัวแล้วลูบหลัง (แถมเอามีดแทงซ้ำ) ช่วงแรกผู้กำกับจะหลอกให้เราขำปอดแหกกับความวายป่วงของครอบครัวตระกูลเฉิง แต่พอเข้าช่วงครึ่งหลัง โทนเรื่องจะสับสวิตช์กลายเป็นการเมืองสุดดาร์กและการนองเลือด โดยเฉพาะงานภาพในฉากที่หลิงปู้อีตัดสินใจเลือกความแค้นเหนือความรัก การจัดแสงและเงาในฉากนั้นมันสื่อถึงการ “แตกสลาย” ได้สมบูรณ์แบบจนคนดูแทบหยุดหายใจ
เด็กถูกทิ้ง และ ฆาตกรในคราบแม่ทัพ
-
เฉิงเซ่าซาง: นี่คือนางเอกที่ “เรียล” ที่สุด เธอเหมือนแมวจรจัดที่ถูกทิ้งให้อดอยาก เธอจึงเรียนรู้ที่จะเห็นแก่ตัว เจ้าเล่ห์ และพร้อมจะแว้งกัดทุกคนที่ทำร้ายเธอก่อน เซ่าซางสะท้อนภาพของเด็กที่โตมาโดยปราศจากความรักได้อย่างน่าร้าวราน เธอไม่ได้เก่งกาจ แต่เธอแค่ “ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด”
-
หลิงปู้อี: ผู้ชายที่แบกความแค้นระดับฆ่าล้างตระกูลไว้บนบ่า 15 ปี เขาคือสัญลักษณ์ของความรักแบบ “ยึดติดและครอบงำ” หลิงปู้อีรักเซ่าซางสุดหัวใจ แต่ความรักของเขาหนักอึ้งและอันตรายจนเกือบทำลายทั้งคู่
| มิติการประเมิน | คะแนน | นิยามความรู้สึกฉบับ Piwsai |
| ความท็อกซิกของครอบครัว | 10 | แม่นางเอกคือฝันร้ายของเด็กทุกคน ดูแล้วอยากโทรหาจิตแพทย์ |
| ระดับความ Red Flag | 9.5 | พระเอกหล่อแค่ไหน ก็ลบความจริงที่ว่าฮีเป็นคนอันตรายไม่ได้ |
| ความหนักหน่วงของปมเรื่อง | 9 | ครึ่งแรกหัวเราะจนปอดโยก ครึ่งหลังร้องไห้จนหมอนเปียก |
หลายคนมักเอาเรื่องนี้ไปเทียบกับ “The Story of Minglan” (ตำนานหมิงหลัน) เพราะมาจากปลายปากกานักเขียนคนเดียวกัน แต่ในมุมมองของผม สองเรื่องนี้คือเหรียญคนละด้าน
-
หมิงหลัน คือการสอนให้ “ซ่อนคม” อดทนและใช้สมองเอาคืนแบบน้ำซึมบ่อทราย
-
เซ่าซาง (ดาราจักรรักลำนำใจ) คือการ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” สู้ยิบตาแบบไม่มีอะไรจะเสีย
ถาม-ตอบ
จบดีครับ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น บอกเลยว่าตับพังไปหลายรอบ ต้องแลกมาด้วยคราบน้ำตาและการสูญเสียมากมาย
เพราะเขามีความรักที่ยึดติด ควบคุม และพร้อมจะทำลายทุกสิ่ง (แม้กระทั่งตัวเอง) เพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้แค้น ซึ่งในชีวิตจริงคือพฤติกรรมที่อันตรายมาก
หลายคนเกือบเทซีรีส์เพราะหงุดหงิดแม่! แต่เชื่อเถอะครับว่านี่คือความตั้งใจของบทที่ต้องการสะท้อนภาพ “คนเป็นแม่ที่รักลูกไม่เป็น” เธอใช้ทิฐิและความเจ้าระเบียบมากดทับลูกตัวเองเพราะกลัวลูกจะเสียคน จนกลายเป็น “ความหวังดีที่โคตรท็อกซิก” ซีรีส์จะค่อยๆ ชำแหละปมนี้จนคุณเปลี่ยนจากเกลียดเป็นเข้าใจ… แต่ก็ยังอดด่าไม่ได้อยู่ดีครับ!
เรื่องนี้เหมาะกับ
คนที่ชอบพระ-นางสายดาร์ก ฉลาดแกมโกง, คนที่ชอบซีรีส์แนวรักซึมลึก และคนที่อยากดูการเจริญเติบโตของตัวละคร ที่ก้าวข้ามบาดแผลในอดีต
เรื่องนี้ “ไม่” เหมาะกับ
คนที่ชอบนางเอกแสนดีโลกสวย, คนที่เกลียดความอึดอัดจากปัญหาครอบครัว หรือคนที่คาดหวังพล็อตเรื่องรักโรแมนติกแบบสำเร็จรูป
FOLLOW UP
ถ้าดูจบแล้วไปไหนต่อ?
ถ้าคุณเสพติดความรักที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและความดาร์กของตัวละครที่มีปมลึกๆ ผมขอผายมือเชิญไปปวดประสาทกันต่อกับ “Story of Kunning Palace” (เล่ห์รักวังคุนหนิง) ครับ ความบ้าคลั่งของเซี่ยเวย (พระเอก) จะทำให้คุณรู้สึกว่าหลิงปู้อีดูเป็นผู้ชายซอฟต์บอยขึ้นมานิดนึงเลยทีเดียว
