review series korea Period

2026 กับลิสต์ซีรีย์เกาหลีย้อนยุคยังขลัง! รวมผลงานระดับตำนาน พากย์ไทยครบ จบในที่เดียว

style Piwsai

TESTIMONIALS

ชีวิตเจ้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบค่ะ แต่มันโรยด้วย “เกล็ดมังกร” และ “ชายเสื้อท่านแม่ทัพ”! เจ้คือสตรีผู้ใช้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันไปกับการปืนกำแพงเมืองจีนจนรองเท้าสึก ข้ามไปได้กำแพงหนึ่ง ก็เจออีกกำแพงหนึ่งดักไว้ด้วยสายตาเย็นชาของใต้เท้าสักคน จนป่านนี้เจ้ยังหาทางกลับไทยไม่เจอเลยค่ะพวกเธอ!
สโลแกนประจำกาย: “ยุทธภพเข้าแล้วออกยาก แต่ถ้าผู้ชายงานดีมาก เจ้ก็ไม่คิดจะออก!”

สารบัญ

REVIEW Moon River (เงาจันทร์สลับร่าง)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, แฟนตาซี, โรแมนติกคอมเมดี้, สลับร่าง
  • ชื่อนักแสดง: Kang Tae-oh รับบท องค์รัชทายาทอีคัง (องค์ชายผู้สูญเสียรอยยิ้มและคนรัก), Kim Se-jeong รับบท พัคดัลลี (แม่ค้าหาบเร่สู้ชีวิตที่สูญเสียความทรงจำ)
  • เนื้อเรื่อง: เมื่อ ‘อีคัง’ องค์รัชทายาทมาดขรึมผู้แบกความเจ็บปวด ดันเกิดอุบัติเหตุเลือดหยดผสมน้ำในจังหวะที่อารมณ์ตรงกัน ทำให้วิญญาณทะลุมิติไปสลับร่างกับ ‘พัคดัลลี’ สาวชาวบ้านหาบเร่จอมเปิ่น! ความวายป่วงในยุคโชซอนจึงบังเกิด เมื่อแม่ค้าต้องมาสวมชุดมังกรนั่งบัลลังก์เผชิญหน้ากับขุนนางเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ ส่วนองค์รัชทายาทตัวจริงต้องไปแบกของขายและสืบหาความลับของการลอบสังหารในอดีต การจับมือกันสืบคดี(ในร่างของอีกคน) จึงเปลี่ยนความบรรลัยให้กลายเป็นความคลั่งรักแบบฮาปอดเบียด!

พอเจ้เห็นชื่อ ‘คังแทโอ’ คัมแบ็กมาประกบ ‘คิมเซจอง’ ใจแจ้เจ้ก็สั่นระริกพร้อมกดปุ่มสตรีมรวดเดียวจบแล้วค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่มุกตลกสลับร่าง แต่มันคือคำถามที่ว่า… “คนเราต้องยอมสูญเสียตัวตนไปขนาดไหน ถึงจะเข้าใจความเจ็บปวดของคนอื่นได้อย่างแท้จริง?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ขายขำหน้าฉาก มันคือการบำบัดบาดแผลในใจด้วยการบังคับให้ไป ‘ใส่รองเท้าของคนอื่น’ เดินดูสักครั้งต่างหากล่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “การเยียวยาแผลใจผ่านการสลับบทบาท” แบบสั้นๆ สับๆ ค่ะ! เรื่องนี้คือการจับคนป่วยทางใจสองคนมาบำบัดคู่! ‘อีคัง’ ใช้ความเย็นชาเป็นกลไกป้องกันตัว ปิดตายหัวใจเพราะความรู้สึกผิดที่เสียคนรัก ส่วน ‘พัคดัลลี’ ก็มีภาวะลืมเลือนจากบาดแผลทางใจการที่เวทมนตร์บังคับให้สลับร่างกัน มันคือการทำจิตบำบัดแบบ “ความเข้าใจในมุมมองของผู้อื่น” ชั้นยอด! รัชทายาทได้เห็นความลำบากของราษฎร ส่วนแม่ค้าได้เห็นความกดดันของคนสวมมงกุฎ พอต่างฝ่ายต่างเข้าใจความบอบช้ำของกันและกัน มันเลยเกิดเป็นความรักที่โอบกอดตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เปลือกนอก!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เคมีสลับร่าง คังแทโอจริตสาวแตก ปะทะ เซจองมาดแมนเตะก้านคอ เล่นเนียนจนเจ้ลืมไปเลยว่าใครเป็นใคร ฮามาก! 9.5/10
การคลายปมความทรงจำ ปริศนาการเมืองและอดีตที่หายไป ค่อยๆ เฉลยได้สมูท ขยี้ดราม่าได้กลมกล่อมไม่หนักหัวจนเกินไป 8.5/10
ความคลั่งรัก พอรู้ใจตัวเองปุ๊บก็คลั่งรักสาดความฟินใส่กันแบบไม่กั๊ก เยียวยาตับพังๆ ของคนดูได้เริ่ดสุด! 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Moon River (เงาจันทร์สลับร่าง)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ตึงเครียด และชอบทำตัวเย็นชาใส่โลกใบนี้… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอด้วยรอยยิ้มหวานๆ ของคังแทโอ และความสดใสของเซจอง จนทำให้พวกเธอเผลอเปิดใจรับฟังปัญหาของคนรอบข้างมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะยอมให้หัวใจตัวเองละลาย แล้วหัวเราะรับความวายป่วงไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ต้องการซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ ย้อนยุค ที่ดูแล้วคลายเครียด ขำจนปอดโยก พระนางฝีมือระดับท็อปฟอร์มเรื่องคอเมดี้
  • คนที่ชอบพล็อต ‘สลับร่าง’ เห็นความวายป่วงของการพยายามรักษาความลับไม่ให้คนรอบข้างจับโป๊ะได้
  • ขาชอบซีรีส์ฟีลกู๊ด จบแฮปปี้เอนดิ้ง ตัวละครเคลียร์ปมได้สวยงาม ไม่มีการทิ้งให้คนดูต้องมานั่งซึมเศร้าหลังดูจบ

ไม่เหมาะกับใคร?:

  • สายซีรีส์การเมืองย้อนยุคแบบเข้มข้น ดราม่าเชือดเฉือน ชิงไหวชิงพริบระดับเส้นเลือดสมองปูด เพราะเรื่องนี้การเมืองมีไว้เป็นแค่น้ำจิ้ม
  • พวกเธอที่เกลียดพล็อตแฟนตาซี หรือตรรกะเหนือธรรมชาติ เพราะเงื่อนไขการสลับร่างเรื่องนี้มันอาศัยเวทมนตร์และความแฟนตาซีล้วนๆ
  • คนที่ไม่ชอบเห็นพระเอกเสียลุค เพราะคังแทโอในร่างนางเอกคือจริตหลุดลอยมาก ใครติดภาพพระเอกขรึมๆ ตลอดเวลาอาจจะมีช็อก!

หากพวกเธอชอบความกาวของการสลับร่างและจริตสาวแตกในยุคโชซอนจาก Mr. Queen หรือเคยฟินกับเคมีรอมคอมสู้ชีวิตใน Business Proposal (ที่เซจองเล่น) พวกเธอจะ ขำกรามค้างและฟินจิกหมอน กับ Moon River อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ผิดฝาผิดตัวที่เต็มไปด้วยความฮาและการชิงไหวชิงพริบแบบโก๊ะๆ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การให้พระนางได้สลับร่างกันเอง ทำให้เกิดคอนทราสต์ความฮาแบบคูณสอง และการเรียนรู้ความเจ็บปวดของกันและกันแบบลึกซึ้ง! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Alchemy of Souls เพื่อ ปรับมู้ดไปเสพการสลับวิญญาณในเวอร์ชันที่ดาร์กขึ้น แอ็คชันเดือดขึ้น และสาดพลังเวทกันแบบตาแตกไปเลยค่ะสาว!

REVIEW The Haunted Palace (ปราสาทหลอนซ่อนวิญญาณ)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, แฟนตาซี, ลึกลับ, โรแมนติกคอมเมดี้
  • ชื่อนักแสดง: Yook Sung-jae รับบท ยุนกัป / คังชอล (ขุนนางหนุ่มงานดีที่โดนอิมูกิสิงร่าง), Kim Ji-yeon (Bona) รับบท ยอรี (หลานสาวร่างทรงจอมดื้อที่สวยสับ), Kim Ji-hoon รับบท กษัตริย์อีซอง (กษัตริย์นักปฏิรูปทรงแด๊ดดี้)
  • เนื้อเรื่อง: เมื่อ ‘ยุนกัป’ ขุนนางหนุ่มอนาคตไกลดันดวงกุดถูก ‘คังชอล’ ปีศาจงูอิมูกิที่พลาดตั๋วขึ้นสวรรค์เข้าสิงร่าง ร้อนถึง ‘ยอรี’ หญิงสาวสายเลือดร่างทรงที่พยายามหนีโชคชะตาไปขายแว่นตาชิคๆ ต้องยอมเดินเข้าวังหลวงเพื่อช่วยรักแรกของนาง! แต่พวกเธอคะ… วังหลวงมันไม่ได้มีแค่อิมูกิ แต่มันเต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาตและคำสาปจากอดีต การแท็กทีมปราบผีและล้างบางการเมืองเน่าๆ ในโชซอนจึงเริ่มขึ้นแบบแซ่บสะบัด!

จากที่เจ้ประมวลผลซีรีส์เรื่องนี้จากสายตาจนตาแทบไฟลุก! สิ่งที่ซีรีส์ทิ้งไว้ให้เจ้ไม่ใช่แค่ความฟินกับหน้าหล่อๆ ของซองแจ แต่มันคือคำถามกระแทกใจที่ว่า… อำนาจที่สร้างขึ้นบนกองเลือดของคนอื่น สุดท้ายมันก็กลายเป็น ‘ตราบาป’ ที่ลูกหลานต้องมาก้มหน้าชดใช้กรรมแบบไม่มีวันจบสิ้นเลยหรือเปล่าแม่? บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเธอเห็นว่า ภายใต้ความรอมคอมปราบผีหน้าฉาก มันซ่อนความบอบช้ำของการแบกรับความคาดหวัง และการดิ้นรนหนีเงาอดีตไว้อย่างเจ็บปวดและนัวสุดๆ ค่ะ!

เจ้ขอขยี้ปม “การสูญเสียตัวตน” กระชับแต่จุกถึงลิ้นปี่ค่ะพวกเธอ! เรื่องนี้มันสาดจิตวิทยาใส่กันผ่านภาวะ”การปะทะของสองจิตวิญญาณ”ในร่างของ ‘ยุนกัป’ ที่โดนอิมูกิสิง! ขุนนางมนุษย์อยากก้าวหน้า ส่วนปีศาจงูอยากขึ้นสวรรค์ แย่งพวงมาลัยชีวิตกันจนเหมือนคนเป็นไบโพลาร์!
ตัดภาพมาที่ ‘ยอรี’ นาง “ปฏิเสธความจริง” ขั้นสุด คิดว่าทิ้งกระดิ่งร่างทรงไปขายแว่นตาแล้วชีวิตจะสงบ แต่มันคือการหนีโชคชะตาที่ตัวนางเองควบคุมไม่ได้ ส่วน ‘กษัตริย์อีซอง’ นี่หนักสุด ป่วยเป็น”ความขัดแย้งในใจ” ปากบอกอยากเป็นกษัตริย์นักปฏิรูปที่มือสะอาด แต่จิตใต้สำนึกกลับหลอนกับบัลลังก์เปื้อนเลือดของตระกูลจนประสาทแดก! สรุปคือเรื่องนี้ไม่มีใครปกติค่ะ สู้ชีวิตกันสุดๆ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เคมีสิงร่าง ซองแจเล่นบท 2 วิญญาณตีกันแย่งร่างได้เนียนกริบ ดูแล้วลุ้นว่าใครจะคุมสติได้ก่อน 9.5/10
ความดื้อดึง นางเอกสู้ชีวิต สู้ผี สู้โชคชะตา เป็นตัวแทนหมู่บ้านคนดื้อหัวชนฝาที่เจ้ขออวยยศ! 9/10
ความหลอนจิต การเมืองในวังบีบให้ขุนนางและกษัตริย์ระแวงกันเอง น่ากลัวกว่าผีโผล่มาหลอกอีกแม่! 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Haunted Palace (ปราสาทหลอนซ่อนวิญญาณ)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากคิดบวก และคิดว่ากรรมเก่าของบรรพบุรุษเป็นแค่เรื่องงมงาย… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘เจ้ากรรมนายเวร’ ที่น่ากลัวที่สุด อาจไม่ใช่ผีสางที่ไหน แต่เป็นผลลัพธ์จากความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนใกล้ตัวนี่แหละ เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดูการพังทลายของราชวงศ์ แล้วลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

  • เหมาะกับใคร?: ขาชอบดูการเมืองในวังหลวง การไขปริศนาสืบสวนคดีที่ซ่อนอยู่ใต้พรมของราชวงศ์ คนที่โหยหาพระนางแบบคู่กัด พระนางตีกันแทบตาย ฝีปากแซ่บทั้งคู่ แต่ถึงเวลาคับขันก็พร้อมปกป้องรอยยิ้มของกันและกัน

  • ไม่เหมาะกับใคร?: พวกที่รำคาญฉากการเมืองแย่งชิงอำนาจ เพราะเรื่องนี้มันมีพาร์ทขุนนางแก่ๆ มายืนเถียงกันในท้องพระโรงตามธรรมเนียมซีรีส์ย้อนยุค คนขวัญอ่อนที่คิดว่าจะเป็นแนวใสๆ100% เจ้เตือนไว้ก่อนว่าผีบางตัวมันโผล่มาหลอนเอาเรื่อง แถมมีประเด็นสังเวยชีวิตที่แอบดาร์กนะจ๊ะ

หากพวกเธอชอบความนัวของเวทมนตร์ใน Alchemy of Souls หรือเคยประทับใจกับการไขปริศนาปีศาจใน Revenant พวกเธอจะ บันเทิงปนขนลุก กับ The Haunted Palace อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การใช้ไสยศาสตร์และวิญญาณอาฆาตมาตีแผ่ความโลภของมนุษย์ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การเอาความหลอนของคติชนวิทยามาคลุกเคล้ากับคอมเมดี้และการเมืองยุคโชซอนได้อย่างกลมกล่อม ไม่ตึงเครียดจนเกินเบอร์! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Tale of the Nine Tailed 1938 เพื่อ เสพความกาวของเทพเจ้าและปีศาจที่ต้องมากู้โลกในยุคอดีต รับรองว่าเดือดและเรียกเสียงฮาได้เริ่ดไม่แพ้กันค่ะ!

REVIEW Dear Hongrang (ฮงรัน)

  • ประเภทซีรีส์: ปริศนาย้อนยุค, โรแมนติก, ระทึกขวัญ, เมโลดราม่า
  • ชื่อนักแสดง: Lee Jae-wook รับบท ฮงรัง (นายน้อยผู้หายสาบสูญที่กลับมาพร้อมความลับ), Jo Bo-ah รับบท แจอี (พี่สาวต่างแม่ผู้มีสัมผัสที่เฉียบคมและจ้องจับผิด), Jung Ga-ram รับบท มูจิน (ลูกบุญธรรมที่ซ่อนความทะเยอทะยาน), Uhm Ji-won รับบท มินยอนอี (นายหญิงใหญ่จอมบงการ)
  • เนื้อเรื่อง: ซีรีส์พีเรียดสายดาร์กสุดระทึก! เมื่อ ‘ฮงรัง’ ทายาทเพียงคนเดียวของสมาคมการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโชซอน หายตัวไปตั้งแต่เด็ก และจู่ๆ ก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในวัยหนุ่มหลังจากผ่านไป 12 ปี! แต่ความพีคคือฮงรังจำอะไรไม่ได้เลย ในขณะที่ทุกคนในตระกูลต่างดีใจ (แบบปลอมๆ) มีเพียง ‘แจอี’ พี่สาวต่างแม่ที่ถูกทารุณกรรมมาตลอด กลับรู้สึกถึงกลิ่นอายความอันตราย และสงสัยว่าผู้ชายตรงหน้าคือ ‘ตัวปลอม’! การสืบสวนตามหาความจริงภายใต้ชายคาเดียวกัน จึงนำไปสู่ความขัดแย้ง และ ‘ความรักต้องห้าม’ ระหว่างพี่น้อง(ทิพย์) ที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ!

ตอนเจ้ดูเรื่องนี้ขอบอกเลยว่าตอนสแกนเจอสายตาอันตรายของ ‘อีแจอุค’ ในเรื่องนี้ ใจของเจ้ร้อนฉ่าประหนึ่งโดนไฟแผดเผาค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่งานภาพที่สวยดาร์ก แต่คือคำถามกระแทกจิตวิทยาที่ว่า… “ถ้าคนที่กลับมามีหน้าตาเหมือนน้องชายคุณทุกอย่าง แต่สัญชาตญาณคุณตะโกนบอกว่าเขาคือ ‘คนแปลกหน้า’ คุณจะเลือกเชื่อสายตาตัวเอง หรือเชื่อลางสังหรณ์?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ@PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละความวิปริตของครอบครัวเศรษฐีโชซอน และแรงดึงดูดทางเพศที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่า ‘พี่น้อง’ ให้พวกเธอฟังแบบสับๆ ค่ะแม่!

เจ้เปิดด้วยหัวข้อ “การปกปิดตัวตน ปะทะ ความผูกพันจากบาดแผล” แบบกระชับและดุดันค่ะ!เรื่องนี้คือเกมจับโป๊ะระดับจิตวิทยาคลินิก! ‘แจอี’ นางเอกของเราโตมากับ ภาวะตื่นตัวและหวาดระแวงเกินเหตุ เพราะถูกครอบครัวกดขี่ข่มเหง นางจึงใช้ความสงสัยเป็น กลไกป้องกันตัว ไม่เชื่อใจใครทั้งนั้นแม้แต่น้องชายที่เพิ่งกลับมา ส่วน ‘ฮงรัง’ (ที่ตัวจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้!) ฮีมาพร้อมกับภาวะ Gaslighting (การปั่นหัว) ระดับปรมาจารย์ ฮีพยายามป้อนข้อมูลและใช้เสน่ห์เพื่อทำลายกำแพงของแจอี แต่ไปๆ มาๆ ทั้งคู่ดันเกิด ความผูกพันผ่านบาดแผลร่วมกัน เพราะต่างฝ่ายต่างเป็น ‘คนนอก’ ในตระกูลที่เน่าเฟะนี้ กลายเป็นความรักที่ล้ำเส้นศีลธรรม เพราะปากบอกว่าเป็นพี่น้อง แต่สายตาที่มองกันมันคือพร้อมจะกลืนกิน! โคตรนัว!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เคมีพี่น้อง(ทิพย์) แรงดึงดูดระหว่าง อีแจอุค กับ โจโบอา มันอันตรายมาก! สัมผัสกันแต่ละทีคนดูลุ้นจนหายใจไม่ทั่วท้อง 10/10
ความบ้านทรายทองโชซอน ตระกูลเศรษฐีที่หน้าฉากสวยงาม แต่หลังบ้านเต็มไปด้วยการหักหลังและฆาตกรรม ดูแล้วประสาทแดกสุดๆ 9.5/10
ความซับซ้อนของปริศนา เดาทางยากมากว่าสรุปพระเอกคือใคร ต้องการอะไร ซ้อนแผนกันจนต้องถอดสมองมานั่งวิเคราะห์ 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Dear Hongrang (ฮงรัน)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังเชื่อในประโยคที่ว่า “สายเลือดข้นกว่าน้ำ” และคิดว่าครอบครัวคือ Safe Zone ที่ดีที่สุดเสมอ… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘ปีศาจ’ ที่น่ากลัวที่สุด ไม่ได้ซ่อนอยู่ในป่าลึก แต่มันร่วมโต๊ะกินข้าวและนอนอยู่ใต้หลังคาเดียวกับเธอนี่แหละ! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกตาดูความฟอนเฟะของมนุษย์ แล้วมาลุ้นระทึกหาความจริงไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมัม!

เหมาะกับใคร?

  • พวกเธอที่หลงใหลซีรีส์พีเรียดสายดาร์ก มีความลึกลับ สืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม และบรรยากาศอึมครึม
  • คนที่โหยหาพล็อต “ความรักต้องห้าม” พระนางเป็นพี่น้องกันในนาม แต่เคมีรุนแรงทะลุจอ
  • แฟนคลับ ‘อีแจอุค’ ที่อยากเห็นฮีในบทบาทผู้ชายที่ดูลึกลับ อันตราย คาดเดาไม่ได้ (หล่อแบบแบดๆ ที่แท้ทรู)

ไม่เหมาะกับใคร?

  • สายรอมคอมฟีลกู๊ด ที่ต้องการดูซีรีส์คลายเครียด ข้ามไปเลยจ้ะ! เพราะเรื่องนี้บรรยากาศมันกดดัน ระแวงกันไปมา ดูแล้วเส้นเลือดสมองอาจจะปูดได้
  • พวกเธอที่ทนดูพฤติกรรม Toxic ในครอบครัวไม่ได้ (ทารุณกรรมเด็ก, การใช้ความรุนแรงในบ้าน) เพราะปูมหลังของนางเอกมันรันทดและหดหู่มาก
  • คนที่อยากได้บทสรุปแบบขาวดำชัดเจนว่าใครดีใครเลว เพราะเรื่องนี้ตัวละครเทาๆ ทุกคน ล้วนทำเพื่อผลประโยชน์และการเอาชีวิตรอดทั้งสิ้น

หากพวกเธอเคยฟินปนเสียวสันหลังกับเคมีอันตรายของพระนางใน The Smile Has Left Your Eyes หรือชอบความดุดันและปริศนาซ่อนเงื่อนของอีแจอุคในจักรวาล Alchemy of Souls พวกเธอจะ นั่งกัดเล็บและจิกหมอนขาด กับ Hong Rang อย่างแน่นอน! เพราะจุดที่เรื่องนี้ทำได้ล้ำลึกคือ การเอาพล็อต ‘ทายาทเศรษฐี’ มาผสมกับจิตวิทยาความหวาดระแวง ทำให้การสกินชิพทุกครั้งของพระนางเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่อาจจะถูกฆ่าได้ตลอดเวลา! และถ้าดูเรื่องนี้จบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับมู้ดไปดู Captivating the King (เสน่ห์ร้ายบัลลังก์ลวง) เพื่อ สานต่อความสัมพันธ์แบบ Love-Hate Relationship ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงและหักเหลี่ยมทางการเมือง รับรองว่าแซ่บและเชือดเฉือนไม่แพ้กันค่ะแม่!

REVIEW The Tale of Lady Ok (ตำนานแม่นางอ๊ก)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, โรแมนติก, กฎหมาย, ระทึกขวัญ, เมโลดราม่า
  • ชื่อนักแสดง: Lim Ji-yeon รับบท 1.ทาสสาวกูด็อก 2.คุณหนูอ๊กแทยอง (หญิงสาวที่สวมรอยใช้ชีวิตปลอมๆ แต่ดันเป็นทนายความที่เริ่ดสุด!), Choo Young-woo รับบท ชอนซึงฮวี (นักเล่านิทานเร่ร่อนที่คลั่งรักและยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนางเอก), Yeonwoo รับบท ชามีรยอง (เด็กสาวที่มีความลับซ่อนอยู่), Kim Jae-won รับบท ซองโดกยอม
  • เนื้อเรื่อง: กฎหมายโชซอนมันอยุติธรรมนักใช่มั้ย? งั้นก็แหกมันซะเลย! เรื่องราวของ ‘กูด็อก’ ทาสสาวที่หนีตายจากเจ้านายสุดโหด และจับพลัดจับผลูต้องมาสวมรอยใช้ชื่อและชีวิตของ ‘อ๊กแทยอง’ หญิงสูงศักดิ์ที่เสียชีวิตไปแล้ว ทุกอย่างในชีวิตนางคือของปลอม ทั้งชื่อ ฐานะ และแม้กระทั่งสามี! แต่นางใช้ความฉลาดก้าวขึ้นมาเป็น ‘เวจีบู’ (ทนายความหญิง) เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านตาดำๆ ท่ามกลางการถูกจับผิด นางได้เจอกับ ‘ชอนซึงฮวี’ นักเล่านิทานที่ตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกเห็น และพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกปิดความลับระดับประหารเจ็ดชั่วโคตรนี้ไว้!

เจ้ขอบอกเลยว่าซีรีส์ปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 เรื่องนี้ ทำเอาเจ้ลุ้นจนแทบขาดใจ! เพราะนางเอกเกือบโป๊ะแตกในทุกๆ อีพี! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ขั้นสุดคือคำถามที่ว่า… “ในสังคมที่มองคนไม่เท่ากัน ถ้าเราต้องขโมยตัวตนของคนอื่นเพื่อให้มีชีวิตรอดและได้ทำความดี… สรุปแล้วเราคือ ‘นางฟ้า’ หรือ ‘อาชญากร’ กันแน่?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้การสวมรอยเป็นคนอื่น มันคือการต่อสู้กับชนชั้นและกฎหมายที่กดทับผู้หญิงไว้อย่างเจ็บแสบที่สุดค่ะแม่!

เจ้จะขยี้ประเด็น “การทลายกลุ่มอาการคิดว่าตัวเองไม่เก่ง ปะทะ ความรักที่ไร้เงื่อนไข” แบบกระชากมงค่ะ! เรื่องนี้คือการศึกษาจิตวิทยาของคนที่ต้อง ‘โกหกเพื่อรอด’! ‘กูด็อก’ (อ๊กแทยอง) เป็น Imposter Syndrome ขั้นสุด นางเก่ง นางฉลาด แต่นางต้องอยู่ในภาวะหวาดระแวงตลอดเวลา เพราะรู้ว่าความสำเร็จทั้งหมดตั้งอยู่บนรากฐานของคำโกหก แต่สิ่งที่มาเยียวยาจิตใจนางคือ ‘ชอนซึงฮวี’ พระเอกของเราที่มอบ “การยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข” ฮีไม่ได้รักนางเพราะนางคือคุณหนูอ๊กแทยอง แต่ฮีรัก ‘กูด็อก’ ทาสสาวที่อยู่ข้างใน ฮีคือพื้นที่ปลอดภัย ที่ทำให้นางเอกกล้าที่จะใช้ชีวิตปลอมๆ นี้เพื่อสร้างความยุติธรรมของจริง!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ออร่าตัวมารดาตระกูลอ๊ก อิมจียอน (จาก The Glory) พลิกบทบาทมาเป็นคนดีที่ต้องตอแหลเพื่อรอดชีวิต เล่นได้น่าสงสารและสตรองมาก! 10/10
ความรักที่เดิมพันด้วยชีวิต ชูยองอูเล่นเป็นผู้ชายคลั่งรักที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อผู้หญิงคนเดียว ดูแล้วอบอุ่นผสมปวดตับสุดๆ 9.5/10
เหลี่ยมกฎหมายโชซอน การว่าความในศาลโชซอน เฉือนคมกันด้วยตรรกะและหลักฐาน สนุกและลุ้นระทึกไม่แพ้ซีรีส์สืบสวน 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Tale of Lady Ok (ตำนานแม่นางอ๊ก)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังยึดติดกับศีลธรรมแบบตื้นๆ ที่คิดว่า ‘การโกหกหลอกลวงคือความชั่วร้ายเสมอไป’… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะแม่นางอ๊กจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ในโลกที่คนดีไม่มีที่ยืน บางครั้งเราก็ต้องสวมหน้ากาก ‘คนโกหก’ เพื่อผดุงความยุติธรรม! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกกฎศีลธรรม แล้วมาลุ้นระทึกกับการสวมรอยระดับชาติไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์พีเรียดที่นางเอกฉลาดเป็นกรด ทันเกม ไหวพริบเริ่ด และเป็นผู้นำ
  • คนที่ชอบพล็อต ‘สวมรอย/ปิดบังตัวตน’ ลุ้นจนเยี่ยวเหนียวว่าความลับจะแตกเมื่อไหร่ แล้วจะเอาตัวรอดยังไง
  • ขาชอบความรักสายดราม่าโรแมนติก พระเอกคลั่งรักหนักมาก เป็นไมโครเวฟบอยที่พร้อมแผดเผาคนทั้งโลกเพื่อปกป้องเธอ

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายที่เกลียดความอึดอัด! เจ้เตือนก่อนว่านางเอกเกือบจะโดนจับได้บ่อยมาก ถ้าพวกเธอเป็นคนขี้กังวล ดูแล้วอาจจะไมเกรนขึ้นเพราะลุ้นตามเหนื่อย
  • พวกเธอที่อยากดูซีรีส์รอม-คอมใสๆ ไร้สมอง ปล่อยจอย ข้ามเรื่องนี้ไปเลยจ้ะ เพราะมันดาร์ก ดราม่าเข้มข้น และมีการต่อสู้กับความอยุติธรรมที่กดดันพอสมควร
  • คนที่ทนเห็นตัวละครคนดีถูกชนชั้นสูงรังแกไม่ได้ เพราะช่วงแรกๆ กูด็อกโดนทารุณกรรมในฐานะทาสจนเจ้อยากจะทะลุจอไปตบเจ้านายนาง!

หากพวกเธอเคยปวดกบาลลุ้นไปกับการสวมรอยของนางเอกใน The King’s Affection (ที่ปลอมเป็นองค์รัชทายาท) หรือชอบการไต่เต้าของทาสสาวสู่อำนาจใน Dong Yi พวกเธอจะ นั่งกำหมัดและเอาใจช่วย กับ The Tale of Lady Ok อย่างแน่นอน! เพราะจุดที่เรื่องนี้ทำได้ล้ำลึกคือ การเอาอาชีพ ‘ทนายความ’ ในยุคโชซอนมาเป็นอาวุธต่อสู้ของคนชั้นล่าง ทำให้มันมีรสชาติของการสืบสวนและการถกเถียงด้วยปัญญาที่แซ่บมาก! และถ้าดูเรื่องนี้จบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับมู้ดไปดู Knight Flower (ดอกไม้บานยามค่ำคืน) เพื่อ เสพชีวิตม่ายสาวที่กลางวันทำตัวเรียบร้อย แต่กลางคืนสวมหน้ากากเป็นฮีโร่ผดุงความยุติธรรม รับรองว่าได้ฟีลผู้หญิงสตรองแบบฮาๆ คลายเครียดได้เริ่ดสุดค่ะแม่!

REVIEW Under The Queen Umbrella (ใต้ร่มราชินี)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, ตลกร้าย, ครอบครัว, การเมือง
  • ชื่อนักแสดง: Kim Hye-soo รับบท พระมเหสีอิมฮวารยอง (ตัวมารดาแห่งโชซอนผู้ไม่เคยได้เดินช้าๆ), Kim Hae-sook รับบท พระพันปีหลวง (ย่ามหาภัยจอมบงการ), Moon Sang-min รับบท องค์ชายซองนัม (ลูกชายคนรองสุดกร้าวใจ)
  • เนื้อเรื่อง: เมื่อกฎของวังหลวงคือการแก่งแย่งชิงดี ‘พระมเหสีอิมฮวารยอง’ ผู้เคยสง่างามจึงต้องสลัดคราบกุลสตรี ถกกระโปรงฮันบกวิ่งสู้ฟัดเพื่อปกป้องและเคี่ยวเข็ญเหล่า ‘องค์ชายตัวแสบ’ ทั้งหลายให้เพียบพร้อม เพื่อรับมือกับศึกชิงตำแหน่งรัชทายาท ท่ามกลางดงสนมจอมปีนเกลียวและพระพันปีหลวงที่จ้องจะเด็ดหัวลูกๆ ของนางทุกวินาที งานนี้ความรักของแม่จะสู้รบปรบมือกับการเมืองโชซอนได้แซ่บแค่ไหน ต้องมาดู!

เจ้ดูปุ๊บ สัญชาตญาณความเป็นแม่มันพุ่งปรี๊ดจนอยากจะทะลุจอไปหยุมหัวพระพันปี! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้สุดๆ คือคำถามที่ว่า… “สังคมที่แข่งขันกันจนเป็นบ้า มันบีบให้คนเป็นแม่ต้องกลายเป็นปีศาจเพื่อปกป้องลูกตัวเองรึเปล่า?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้พวกเธอเห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่ซีรีส์แย่งบัลลังก์ไก่กา แต่มันคือซีรีส์ “สะท้อนการศึกษาและสไตล์การเลี้ยงลูก” ที่เอาฉากโชซอนมาบังหน้าไว้ต่างหากล่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “สไตล์มนุษย์แม่” แบบสั้นๆ สับๆ กระชับแต่ตรงจุดค่ะ! เรื่องนี้คือสมรภูมิของคนเป็นแม่ล้วนๆ! ‘มเหสีฮวารยอง’ คือต้นแบบของ การเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่แต่มีขอบเขต นางดุ นางฟาด แต่นางยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น โดยเฉพาะฉากกางร่มให้ลูกชายที่มีรสนิยมแต่งหญิง มันคือการบอกว่า “แม่จะเป็นร่มกำบังความเกลียดชังให้ลูกเอง” โคตรทัชใจ!
ตัดภาพไปที่ ‘พระพันปีและเหล่าพระสนม’ พวกนางคือ พ่อแม่ที่หลงตัวเอง และ พ่อแม่ที่คอยบงการชีวิตลูก มองลูกเป็นแค่ ‘ถ้วยรางวัล’ เอาไว้ประดับบารมีตัวเอง บังคับให้อ่านหนังสือจนลูกอ้วกเป็นเลือด จนเด็กเกิดภาวะเครียดและตั้งคำถามถึงคุณค่าในตัวเอง สรุปคือ… วังหลวงเรื่องนี้มันก็คือโรงเรียนกวดวิชาย่านคังนัมในยุคโชซอนดีๆ นี่เองค่ะสาว!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
พลังมนุษย์แม่ คิมฮเยซูแบกทั้งเรื่อง! การปกป้องลูกด้วยสติปัญญาและสัญชาตญาณแม่ทำเอาเจ้ขนลุก! 10/10
ความกดดันทางจิตใจ การแข่งกันเรียนจนลูกประสาทแดก สะท้อนสังคมเกาหลี (และไทย) ได้แบบเจ็บจี๊ดสุดๆ 9.5/10
ความนัวการเมือง มเหสีปะทะพระพันปี เชือดเฉือนกันด้วยคำพูด ไม่มีตบตีให้เจ็บมือ แต่ด่ากันทีสะเทือนถึงวิญญาณ 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Under The Queen Umbrella (ใต้ร่มราชินี)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากคิดว่าการเป็นแม่คนมันก็แค่การเลี้ยงเด็กให้โต… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘ร่ม’ ที่แม่กางให้เรามาตลอดชีวิต มันต้องแลกกับการที่แม่ยอมตัวเปียกปอนมากแค่ไหน เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดูความเสียสละของมนุษย์แม่ แล้วรีบยกหูโทรศัพท์ไปบอกรักแม่ตัวเองไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ชอบตัวเอกหญิงสายสตรอง ฉลาดทันคน ไม่โง่ให้ตัวร้ายรังแก (นางเอกเรื่องนี้ตอกกลับหน้าหงายทุกคน!)
  • คนที่เป็นแม่คน หรือคนที่โหยหาซีรีส์ครอบครัวที่สะท้อนความรักอันยิ่งใหญ่ ดูแล้วต้องอยากกอดแม่แน่นๆ
  • ขาชอบซีรีส์การเมืองชิงไหวชิงพริบ หักเหลี่ยมเฉือนคม แต่ก็มีมุมคอเมดี้โบ๊ะบ๊ะมาให้ขำปอดโยกตลอดเรื่อง

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายคลั่งรักฟินจิกหมอน ที่หวังจะดูพระนางจูบกันหวานฉ่ำ เพราะเรื่องนี้เน้นความรักของแม่กับลูก ส่วนความรักหนุ่มสาวมีให้พอกรุบกริบเป็นน้ำจิ้ม
  • พวกเธอที่รำคาญปัญหาครอบครัวหรือเด็กดื้อ เพราะช่วงแรกๆ องค์ชายแต่ละคนขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้แม่แก้ตลอดเวลา!

หากพวกเธอชอบการจิกกัดสะท้อนสังคมการศึกษาแบบเครียดๆ ใน SKY Castle หรือเคยประทับใจความรักของครอบครัวใน Reply 1988 พวกเธอจะ หัวเราะร่วนปนน้ำตาแตก กับ Under The Queen’s Umbrella อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การแข่งขันของคนเป็นแม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของลูก แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การเอาบริบทสังคมยุคโชซอนมาห่อหุ้มปัญหาของวัยรุ่นยุคปัจจุบันได้อย่างฉลาดหลักแหลมและมีเสน่ห์สุดๆ! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย The Good Bad Mother เพื่อ เสพความดราม่าของ ‘แม่ที่เข้มงวดจนกลายเป็นแม่ใจร้าย’ เพื่อผลักดันลูกให้รอดพ้นจากสังคมที่อยุติธรรม รับรองว่ารีดน้ำตาพวกเธอได้หมดหน้าตักแน่นอนค่ะ!

REVIEW Alchemy Of Souls (เล่นแร่แปรวิญญาณ)

  • ประเภทซีรีส์: แฟนตาซี, แอคชั่น, โรแมนติก, ย้อนยุค (เมืองสมมติ)
  • ชื่อนักแสดง: Lee Jae-wook รับบท จางอุก (นายน้อยตัวตึงผู้ถูกปิดกั้นพลัง), Jung So-min รับบท มูด็อก (พาร์ท 1 – สาวใช้ร่างอ่อนแอแต่วิญญาณนักฆ่า), Go Youn-jung รับบท นักซู/จินบูยอน (พาร์ท 2 – นักฆ่าสาวสวยสับระดับพระกาฬ), Hwang Min-hyun รับบท ซอยุล (คุณชายสายละมุนรักแรกของนักฆ่า)
  • เนื้อเรื่อง: ณ อาณาจักรแดโฮที่เต็มไปด้วยผู้ใช้เวทมนตร์ ‘นักซู’ นักฆ่าเงาที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำ ได้ใช้พลังต้องห้าม ‘แปรวิญญาณ’ หนีเข้าไปอยู่ในร่างของ ‘มูด็อก’ สาวตาบอดที่ร่างกายอ่อนแอเปราะบางยิ่งกว่ากระดาษ! ความโป๊ะคือเธอดันถูกขายไปเป็นคนรับใช้ให้ ‘จางอุก’ นายน้อยจอมขบถที่ถูกพ่อแท้ๆ ปิดกั้นพลังเวทตั้งแต่เกิด จางอุกรู้ความลับของเธอเลยขอร้อง (แกมบังคับ) ให้เธอมาเป็น ‘อาจารย์’ สอนเวทมนตร์ให้ การจับคู่สู้ชีวิตระหว่างศิษย์จอมดื้อกับอาจารย์ในร่างคนใช้ จึงเริ่มขึ้นพร้อมกับการไขปริศนาสายเลือดและการแย่งชิงหินน้ำแข็งที่สั่นคลอนไปทั้งอาณาจักร!

เจ้ดูซีรีส์เรื่องนี้ครบทั้ง 2 พาร์ท ใจเจ้ก็แทบละลายไปกับความคลั่งรักของนายน้อยจางอุกเลยค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้อย่างจังคือคำถามที่ว่า… “ความรักที่แท้จริง มันคือการตกหลุมรักที่ ‘รูปลักษณ์ภายนอก’ หรือตกหลุมรักที่ ‘จิตวิญญาณ’ ข้างในกันแน่แม่?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ฉากสาดพลังเวท CG อลังการ มันซ่อนบาดแผลของการถูกปฏิเสธตัวตน และการดิ้นรนเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองไว้อย่างนัวและเจ็บปวดสุดๆ ค่ะ!

เจ้ขอขยี้ประเด็น“การสูญเสียตัวตนและปมด้อย”แบบสั้นๆ สับๆ เรื่องนี้ตัวเอกทั้งคู่คือคนพังๆ ที่มาเจอกัน! ‘นักซู’ ในร่างมูด็อก ต้องทนทุกข์กับความขัดแย้งในตัวเอง จิตวิญญาณเป็นเสือแต่ร่างกายเป็นแมวป่วย มันคือความคับแค้นใจที่สูญเสียอำนาจควบคุมชีวิต ส่วน ‘จางอุก’ ก็แบกปมด้อย ถูกพ่อทิ้งและห้ามทุกคนสอนเวทมนตร์ให้ ทำให้เขารู้สึกไร้ค่า การที่สองคนนี้มาจับคู่กัน มันคือการเกิด ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัย คนนึงต้องการพลัง อีกคนต้องการปกป้อง จากผลประโยชน์ล้วนๆ ค่อยๆ พัฒนาเป็นความผูกพันจากบาดแผลทางใจที่โอบกอดบาดแผลของกันและกันจนกลายเป็นความรักที่ยอมหันหลังให้ทั้งโลกเพื่อเธอคนเดียว! โคตรโรแมนติก!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เคมีศิษย์-อาจารย์ กัดกันแทบตายแต่รักกันตายชัก คลั่งรักแบบยอมทำลายล้างโลกเพื่อปกป้องเธอคนเดียว 10/10
ความซับซ้อนของปม สลับร่างซ่อนวิญญาณกันจนปวดหัว ปมสายเลือดวุ่นวายยิ่งกว่าละครหลังข่าว แต่เฉลยได้สมเหตุสมผล 9.5/10
งานภาพและเวทมนตร์ CG พลังน้ำ พลังไฟ วิชาดาบ ทำออกมาได้เริ่ด สมศักดิ์ศรีซีรีส์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Alchemy Of Souls (เล่นแร่แปรวิญญาณ)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากเป็นคนที่ตัดสินคุณค่าของคนอื่นจากแค่ ‘หน้าตาหรือเปลือกนอก’… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ร่างกายมันก็แค่ภาชนะชั่วคราว แต่ ‘จิตวิญญาณ’ และ ‘ความผูกพัน’ ต่างหากที่เป็นของจริง เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดำดิ่งไปกับเวทมนตร์ แล้วเปิดใจรักใครสักคนที่วิญญาณข้างในไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์สายแฟนตาซี-เวทมนตร์ จอมยุทธ์ ปล่อยพลังสู้กันแบบภาพสวยตาแตก
  • คนที่โหยหาพระเอกสาย ‘คลั่งรัก’ ที่เก่งเทพและพร้อมงัดกับคนทั้งอาณาจักรเพื่อปกป้องนางเอก
  • ขาชอบพล็อตเรื่องที่เดาทางยาก มีการเมืองในวัง การชิงดีชิงเด่นของตระกูลเวทมนตร์ และมีมุกตลกโบ๊ะบ๊ะมาเบรกความเครียด

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายเรียลลิสติกที่เกลียด CG หรือพล็อตเรื่องแฟนตาซีเหนือธรรมชาติแบบสุดกู่ เพราะเรื่องนี้เวทมนตร์เต็มสูบค่ะสาว
  • พวกเธอที่ยึดติดกับนักแสดงนางเอกแค่คนเดียว เจ้เตือนก่อนว่าพาร์ท 1 กับ พาร์ท 2 มีการสลับร่างเปลี่ยนหน้านางเอกนะจ๊ะ (ถึงเหตุผลในเรื่องจะสมูทมาก แต่บางคนอาจจะมูฟออนไม่ได้)
  • คนขี้รำคาญซีรีส์ยาวๆ เพราะเรื่องนี้มีถึง 30 ตอน (แบ่งเป็น 2 พาร์ท) ต้องใช้เวลาและตับที่แข็งแรงในการดู!

หากพวกเธอชอบความยิ่งใหญ่อลังการและรักข้ามภพข้ามวิญญาณใน Goblin หรือเคยอินกับความรักที่ถูกกำหนดด้วยโชคชะตาและการเมืองใน Lovers of the Red Sky พวกเธอจะ ฟินจิกหมอนและลุ้นจนเยี่ยวเหนียว กับ Alchemy of Souls อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การต่อสู้กับโชคชะตาอันโหดร้ายด้วยเวทมนตร์และความรักที่ลึกซึ้งเกินกว่าความตายจะพรากได้ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การผูกปมเรื่อง ‘วิญญาณในร่างคนอื่น’ มาเป็นตัวขับเคลื่อนให้เห็นว่า ความรักที่แท้จริงคือการจดจำจิตวิญญาณของอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในรูปลักษณ์ไหนก็ตาม! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Tale of the Nine Tailed เพื่อ เสพความดุดันและคลั่งรักของจิ้งจอกเก้าหางที่เฝ้ารอคนรักกลับชาติมาเกิด รับรองว่าสาดพลังเวทและโรแมนติกขาดใจไม่แพ้กันค่ะ!

REVIEW Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, ซอมบี้ ,ระทึกขวัญ, การเมือง, สยองขวัญ
  • ชื่อนักแสดง: Ju Ji-hoon รับบท องค์ชายอีชาง (องค์ชายรัชทายาทสายสู้ชีวิต), Bae Doona รับบท ซอบี (หมอหญิงสายวิ่งมาราธอน), Ryu Seung-ryong รับบท โจฮักจู (ขุนนางตัวพ่อจอมบงการ), Kim Hye-jun รับบท พระมเหสีโจ (มารดานางพญาผู้หิวอำนาจ)
  • เนื้อเรื่อง: เมื่อข่าวลือการสวรรคตของพระราชาแพร่สะพัด องค์ชายรัชทายาท ‘อีชาง’ ที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏ จึงต้องหนีตายออกจากวังหลวงเพื่อไปสืบหาความจริง แต่สิ่งที่รอเขาอยู่นอกวังกลับเป็น ‘โรคระบาดปริศนา’ ที่เปลี่ยนชาวบ้านให้กลายเป็น ‘ผีดิบซอมบี้’ ที่วิ่งเร็วกว่านรก! องค์ชายต้องงัดทุกทักษะมาวิ่งสู้ฟัดเพื่อปกป้องราษฎร ท่ามกลางเกมการเมืองอันเน่าเฟะของตระกูลโจฮักจู ที่ใช้ ‘สมุนไพรคืนชีพ’ ปลุกศพพระราชาเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ งานนี้ผีก็ต้องหนี คนก็ต้องสู้ โคตรเดือด!

หลังจากเจ้ใช้ตาประมวลผลซีรีส์ทั้ง 2ซีซั่น ใจเจ้แทบจะโอเวอร์ฮีตเพราะลุ้นจนระบบรวนไปหมดค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้อย่างจังคือคำถามที่ว่า… “ความโลภของมนุษย์มันบัดซบขนาดไหน ถึงยอมปลุกคนตายให้ลุกมากัดกินราษฎรตาดำๆ เพื่อรักษาอำนาจตัวเองไว้?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ฉากซอมบี้โชซอนวิ่งผลัด 4×100 มันคือการเปลือยสันดานความเห็นแก่ตัวของชนชั้นปกครอง ที่ปล่อยให้ประชาชนอดอยากจนต้องกินเนื้อคนด้วยกันเองต่างหากล่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “ความหิวโหยและอำนาจมืด” แบบสั้นๆ สับๆ พวกเธอคะ… ซอมบี้เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากไวรัสซับซ้อนในห้องแล็บ แต่มันคือความล้มเหลวของรัฐที่ผลักให้คนจนตรอก! ตัดภาพมาที่ขุนนาง ‘โจฮักจู’ และ ‘พระมเหสี’ พวกนี้คือตัวแทนของ พวกหลงอำนาจที่ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายโดยไม่สนศีลธรรม พวกเขามองประชาชนเป็นแค่ ‘เบี้ย’ ในกระดาน อำนาจมันครอบงำจนเกิด”ตาบอดทางศีลธรรม” สรุปง่ายๆ คือ ผีดิบมันหิวเลือดเพราะสัญชาตญาณ แต่พวกขุนนางใส่ชุดไหมหรูหราน่ะ… มันหิวอำนาจจนไร้ความเป็นคนไปแล้วค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
สัญชาตญาณหนีตาย ซอมบี้เกาหลียุคโชซอนวิ่งเร็วกว่านรก! บีบคั้นสัญชาตญาณเอาตัวรอดจนเจ้หายใจไม่ทัน 10/10
ความเหลี่ยมของการเมือง หักหลังกันไปมาในวังหลวง ชิงไหวชิงพริบดุเดือดไม่แพ้การเอาดาบฟันคอซอมบี้ 9.5/10
การเสียดสีชนชั้น ฉากที่คนรวยหนีขึ้นเรือแล้วทิ้งคนจนไว้บนฝั่งให้ซอมบี้รุมทึ้ง มันเจ็บจี๊ดถึงทรวงและสมจริงโคตรๆ 10/10

ตัวอย่างซีรีย์ Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากหลอกตัวเองว่าผู้มีอำนาจเขาทำงานเพื่อประชาชนเสมอ… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ในยามวิกฤต คนที่รอดคือคนรวยที่มีเส้นสาย ส่วนคนธรรมดาก็เป็นได้แค่อาหารซอมบี้! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกตาดูความโสมมของการเมือง แล้วลุกขึ้นมาจับดาบสู้ไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้หนัง/ซีรีส์ซอมบี้สายวิ่งสู้ฟัด เลือดสาดกระจุยกระจาย โปรดักชันทุ่มทุนสร้างระดับภาพยนตร์ฮอลลีวูด
  • คนที่ชอบซีรีส์พีเรียด ที่ไม่น่าเบื่อ เพราะมันเอาเรื่องการเมืองแย่งบัลลังก์มาผสมกับความสยองขวัญได้อย่างลงตัว
  • ขาชอบความตึงเครียดแบบห้ามกระพริบตา ดูแล้วต้องลุ้นจนเกร็งจิกเท้าไปทั้งตัว

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • คนขวัญอ่อน กลัวเลือด กลัวเครื่องใน หรือทนดูฉากคนกัดกินกันสดๆ แบบแหวะๆ ไม่ได้ (Trigger Warning: ความรุนแรงระดับ 18+)
  • พวกโลกสวยที่ทนดูความบัดซบและเห็นแก่ตัวของข้าราชการโกงกินไม่ได้ เพราะดูแล้วพวกเธอจะความดันขึ้นและกำหมัดอยากทะลุจอไปตบหน้าขุนนาง!
  • สายโรแมนติกที่หวังจะดูองค์ชายจีบหมอหญิง ทิ้งความหวังนั้นไปค่ะ! เรื่องนี้มีแต่การชวนกันวิ่งหนีผี ไม่มีเวลามาพลอดรักหรอกเว้ย!

หากพวกเธอชอบความนัวของซอมบี้คลั่งใน Train to Busan หรือเคยลุ้นตัวโก่งกับแก๊งเด็กนักเรียนหนีตายใน All of Us Are Dead พวกเธอจะ เหวอแดกและลุ้นจนเยี่ยวเหนียว กับ Kingdom อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การเอาชีวิตรอดจากฝูงผีดิบที่สะท้อนความเน่าเฟะของสันดานมนุษย์ แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้เหนือกว่าและต่างออกไปคือ การจำกัดอาวุธให้อยู่แค่ในยุคโชซอน (ดาบ ธนู ปืนคาบศิลา) ทำให้การต่อสู้มันคลาสสิก ดิบเถื่อน และดูสิ้นหวังกว่าการมีปืนกลรัวยิงในยุคปัจจุบันหลายเท่า! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย Happiness เพื่อ ย้ายยุคมาดูซอมบี้ตึกแถว ที่ขยี้ปมความเห็นแก่ตัวของเพื่อนบ้านตอนถูกกักตัว รับรองว่ากดดันและปวดประสาทไม่แพ้กันค่ะ!

REVIEW Mr. Queen (รักวุ่นวาย นายมเหสีหลงยุค)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, คอมเมดี้, แฟนตาซี, สลับร่าง, โรแมนติก
  • ชื่อนักแสดง: Shin Hye-sun รับบท คิมโซยง / จางบงฮวาน (มเหสีตัวตึงที่มีวิญญาณชายแท้อยู่ข้างใน), Kim Jung-hyun รับบท กษัตริย์ชอลจง (กษัตริย์หน้าซื่อแต่ลึกๆ โคตรเจ้าเล่ห์)
  • เนื้อเรื่อง: ‘จางบงฮวาน’ เชฟหนุ่มเพลย์บอยตัวพ่อแห่งทำเนียบฟ้า โดนไล่ล่าจนพลัดตกน้ำ พอฟื้นขึ้นมาดันช็อกตาตั้ง เพราะวิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ ‘มเหสีคิมโซยง’ แห่งยุคโชซอน! ความวายป่วงระดับสิบจึงบังเกิด เมื่อชายแท้ต้องมาใส่ฮันบก ใช้สกิลทำอาหารเอาตัวรอดในดงแม่ผัวตัวแสบ และต้องรับมือกับ ‘กษัตริย์ชอลจง’ สวามีที่แกล้งโง่บังหน้าแต่แอบวางแผนกบฏอยู่หลังวัง กฎเหล็ก “No Touch” (ห้ามแตะเนื้อต้องตัว) จึงถูกงัดมาใช้ แต่ไปๆ มาๆ ทำไมใจมันถึงสั่นแปลกๆ ล่ะเนี่ย!

สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้คือคำถามที่ว่า… “ถ้าวันนึงเราต้องไปติดอยู่ในร่างที่สลับเพศ สลับยุค และมีคนจ้องจะฆ่า เราจะเอาตัวรอดด้วย ‘สัญชาตญาณดิบ’ ได้แซ่บขนาดไหน?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ความฮาปอดโยก มันคือการเอาตัวรอดด้วย ‘สกิลการปรับตัว’ ชั้นยอด และการฉีกหน้ากากคนในวังหลวงแบบสับๆ ค่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “การใส่หน้ากากและการปรับตัว” แบบสั้นๆ สับๆ  ‘กษัตริย์ชอลจง’ ป่วยเป็น Trauma จากอดีต เลยใช้กลไกป้องกันตัวแบบ “การแยกส่วนความรู้สึก” กลางวันทำตัวเป็นกษัตริย์หุ่นเชิดโง่ๆ กลางคืนเป็นนักฆ่าวางแผนปฏิวัติ ส่วน ‘มเหสีโซยง(บงฮวาน)’ ใช้ทักษะ “ความยืดหยุ่นทางจิตใจ” ขีดสุด! นางไม่ได้มานั่งร้องไห้ตีอกชกหัว แต่ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ และ ‘รสมือทำอาหาร’ เป็นอาวุธต่อรองอำนาจ เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นทาสรักรามยอน! สรุปคือใครปรับตัวเก่งกว่า คนนั้นรอดค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความบ้าบอเบอร์สุด ชินฮเยซอนเล่นบทผู้ชายในร่างหญิงได้โคตรเริ่ด จริตแมนๆ กางขา กระโดดถีบ ทำเอาเจ้ขำน้ำหูน้ำตาไหล 10/10
ความสับสนทางเพศ จากชายแท้ที่ชอบส่องผู้หญิง กลายมาเป็นมเหสีที่หวั่นไหวกับผัวตัวเอง นำเสนอความลื่นไหลทางเพศได้ฮาและน่ารัก 9.5/10
เหลี่ยมการเมือง การแย่งชิงอำนาจของตระกูลคิมและตระกูลโจ เข้มข้น ซับซ้อน ไม่ได้มีแค่ขายขำอย่างเดียวนะจ๊ะ 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Mr. Queen (รักวุ่นวาย นายมเหสีหลงยุค)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาจิตที่ตึงเครียด และยึดติดกับกรอบความเป็นกุลสตรีที่ต้องเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ยุคนี้มันต้อง “สวย รวย สับ และทำอาหารเก่ง” ถึงจะรอดตายในดงงูพิษ! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะทิ้งความสงบงงี่ยม แล้วมาแหกปากหัวเราะลั่นบ้านไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่เครียดจากงาน อยากหาซีรีส์ที่ดูแล้วขำก๊าก คลายเครียด ปล่อยจอยแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก
  • แฟนคลับชินฮเยซอน (นางเอก) เพราะเรื่องนี้นางแบกความฮาไว้บนบ่าแบบท็อปฟอร์มมาก รางวัลต้องเข้า!
  • คนชอบดูซีรีส์เกี่ยวกับทำอาหาร เพราะเรื่องนี้เอาเมนูยุคใหม่ (เช่น แมคโดนัลด์, รามยอน) ไปประยุกต์ทำในครัวโชซอนได้น่ากินสุดๆ

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายประวัติศาสตร์จ๋า ที่ต้องการความเป๊ะปังของยุคโชซอน เพราะเรื่องนี้บิดเบือนประวัติศาสตร์ยับๆ จนเคยมีดราม่าที่เกาหลีมาแล้ว (ถือซะว่าดูจักรวาลคู่ขนานนะแม่)
  • พวกเธอที่อยากดูซีรีส์เมโลดราม่าเคล้าน้ำตาแบบจริงจัง เพราะเรื่องนี้ขนาดตอนจะซึ้ง มันยังช็อตฟีลด้วยมุกตลกเลย
  • คนที่ดูซีรีส์ตอนดึกๆ เพราะฉากทำอาหารในเรื่องจะทำให้พวกเธอหิวจนต้องลุกไปต้มมาม่ากินตอนเที่ยงคืนแน่นอน!

หากพวกเธอชอบความกาวของการสลับร่างใน Moon River หรือเคยประทับใจกับการทำอาหารเยียวยาจิตใจใน Dae Jang Geum (แดจังกึม) พวกเธอจะ ขำกรามค้างและฟินจิกหมอน กับ Mr. Queen อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเอาชีวิตรอดในวังหลวงที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การเอาวิญญาณชายยุค 5G ไปใส่ในร่างมเหสียุคโชซอน ทำให้เกิดความขัดแย้งที่ฮาแบบไร้ขีดจำกัด และมุกช็อตฟีลที่เดาทางไม่ถูก! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย One the Woman เพื่อ เปลี่ยนมู้ดมาดูอัยการสาวตัวแม่ที่ความจำเสื่อมแล้วต้องมาสวมรอยเป็นสะใภ้เศรษฐีที่ถูกรังแก รับรองว่าด่ากราด ฟาดไม่ยั้ง และสะใจตัวมารดาไม่แพ้กันค่ะ!

REVIEW The Crowned Clown (สลับร่าง ล้างบัลลังก์)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, เมโลดราม่า, การเมือง, โรแมนติก
  • ชื่อนักแสดง: Yeo Jin-goo รับบท กษัตริย์อีฮอน / นกต่อนักแสดงตลกฮาซอน (เล่นสองบทบาทแบบสับ!), Lee Se-young รับบท พระมเหสียูโซอุน (ราชินีสายละมุนผู้เด็ดเดี่ยว), Kim Sang-kyung รับบท ราชเลขาอีคยู (คิงเมกเกอร์ตัวพ่อ)
  • เนื้อเรื่อง: เมื่อกษัตริย์ ‘อีฮอน’ ประสาทหลอนหวาดระแวงว่าจะมีคนมาลอบสังหารจนเสียสติ ราชเลขาจึงไปคว้าตัว ‘ฮาซอน’ นักแสดงตลกหน้าตลบตะแลงที่ดันหน้าตาเหมือนกษัตริย์เป๊ะๆ มาสวมรอยเป็น “นกต่อ” เพื่อรับเคราะห์แทน! แต่ความพีคคือ… ไอ้ตลกชาวบ้านคนนี้ดันมี ‘ความเมตตา’ และบริหารบ้านเมืองได้ดีกว่ากษัตริย์ตัวจริงซะงั้น! แถมยังไปตกหลุมรักมเหสีที่กำลังจะหมดใจจากผัวตัวจริงอีก งานนี้บัลลังก์เดือด เลือดสาด และศีลธรรมถูกท้าทายแบบสุดโต่ง!

หลังจากที่เจ้สแกนดูฝีมือการแสดงของน้อง ‘ยอจินกู’ ในเรื่องนี้ หัวใจเจ้แทบค้างเพราะต้องสลับอารมณ์ตามไม่ทัน! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้คือคำถามที่ว่า… “ระหว่างสายเลือดกษัตริย์ที่โหดร้ายทารุณ กับคนชั้นต่ำที่มีหัวใจเป็นมนุษย์ ใครกันแน่ที่คู่ควรกับคำว่า ‘ผู้นำ’ อย่างแท้จริง?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้การสวมรอยที่โคตรอันตราย มันคือการปะทะกันของจิตวิทยาคนบ้าอำนาจกับคนธรรมดาที่ถูกผลักให้เป็นฮีโร่ค่ะ!

เจ้ขอคุยประเด็น “ภาวะหวาดระแวง ปะทะ ปมตัวแทน”แบบสั้นๆ สับๆ! เรื่องนี้คือมวยถูกคู่ ‘กษัตริย์อีฮอน’ คือขั้วของ ความหวาดระแวงขั้นสุด บาดแผลวัยเด็กที่โดนวางยาและแย่งชิงบัลลังก์ ทำให้นางกลายเป็นทรราชย์ที่ใช้ยาเสพติดและทรมานคนอื่นเพื่อปิดบังความกลัว ตัดภาพมาที่ ‘ฮาซอน’ (นักแสดงตลก) นางต้องเผชิญกับ อาการคิดว่าตัวเองไม่เก่งและกลัวคนจับโป๊ะ แต่เพราะนางมีฐานรากของความเห็นอกเห็นใจ นางเลยเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็น ภาวะผู้นำที่แท้จริง สรุปคือ… สายเลือดสีน้ำเงินมันไม่สำคัญเท่ากับ ‘จิตสำนึก’ หรอกค่ะพวกเธอ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความวิปริต vs บริสุทธิ์ ยอจินกูเล่น 2 บทบาท ขนลุกมาก! คนนึงจิตตกตาขวาง อีกคนซื่อสัตย์แววตาใสซื่อ เจ้ให้มงเลย! 10/10
ความรักบนเส้นด้าย รักเมียเขา(ในร่างสามีเขา) มันคือความผิดบาปที่โคตรโรแมนติก  ลุ้นจนตับสั่น 9.5/10
เหลี่ยมคิงเมกเกอร์ ราชเลขาที่ต้องเลือกระหว่างนายเหนือหัวที่บ้าคลั่ง กับตัวหมากที่แสนดี เป็นความย้อนแย้งที่เฉียบขาด 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Crowned Clown (สลับร่าง ล้างบัลลังก์)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาสุขภาพจิตที่ตึงเครียด และคิดว่าคนที่เกิดมาสูงส่งจะต้องเป็นคนดีเสมอไป… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘หน้ากาก’ ของคนดี บางทีก็สวมอยู่บนหน้าของคนที่ไร้ค่าที่สุด เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดูความพินาศของคนบ้าอำนาจ แล้วลุกขึ้นมาเชียร์ตลกชาวบ้านให้ยึดบัลลังก์ไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ “ฝีมือการแสดง” ระดับเทพ! ยอจินกูเรื่องนี้แบกทั้งเรื่อง ปล่อยของแบบไม่กั๊ก ทั้งฉากคลั่งและฉากร้องไห้
  • คนที่ชอบซีรีส์การเมืองยุคโชซอนที่ดุดัน เชือดเฉือนกันด้วยสมอง การวางแผนทรยศหักหลังที่เดาทางยาก
  • ขาชอบความรักแบบค่อยๆ รักกันซึมลึก โรแมนติก ดราม่า และมีความเจ็บปวดบีบหัวใจอยู่ลึกๆ

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • คนที่เห็นชื่อเรื่องว่า “ตัวตลก” แล้วคิดว่าจะเป็นแนวคอมเมดี้ฮากระจายแบบ Mr. Queen เจ้เตือนเลยว่าหยุด! เรื่องนี้ดราม่าเข้มข้น เลือดสาด และกดดันประสาทมากแม่!
  • สายโรแมนติกคอมเมดี้ฟินจิกหมอนแบบเบาสมอง เพราะความรักเรื่องนี้มันวางอยู่บนคำโกหกและความตาย เครียดนิดนึงนะจ๊ะ
  • พวกขวัญอ่อนที่ทนดูการทรมานหรือความโหดร้ายของวังหลวงไม่ได้ ฉากกษัตริย์ตัวจริงคลั่งคือแอบหลอนเอาเรื่อง

หากพวกเธอชอบพล็อตการสวมรอยสลับตัวใน Moon River หรือเคยอินกับการเมืองที่เชือดเฉือนเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ใน Under The Queen’s Umbrella พวกเธอจะ นั่งไม่ติดเก้าอี้และเสียน้ำตา กับ The Crowned Clown อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การเผชิญหน้ากับอำนาจมืดในวังหลวงและการใช้สติปัญญาเอาชีวิตรอด แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การดัดแปลงจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “Masquerade” มาขยายปมความรักและการแย่งชิงอำนาจที่ตอกย้ำว่า ‘บัลลังก์’ มันคือคำสาปดีๆ นี่เอง! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ต่อด้วย The Red Sleeve เพื่อ สานต่อความดราม่าปวดตับของความรักในวังหลวง และดูฝีมือของ ‘อีเซยอง’ (นางเอกคนเดียวกัน) ในบทนางในที่เด็ดเดี่ยว รับรองว่าร้องไห้จนหมอนเปียกแน่นอนค่ะ!

REVIEW Queen for Seven Days (7 วันบัลลังก์ราชินี)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, เมโลดราม่า, โรแมนติก, โศกนาฏกรรม
  • ชื่อนักแสดง: Park Min-young รับบท ชินแชคยอง / พระมเหสีทันกยอง (หญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อการเมือง), Yeon Woo-jin รับบท องค์ชายอียอก / กษัตริย์จุงจง (รักแรกที่ต้องเลือกระหว่างบัลลังก์กับคนรัก), Lee Dong-gun รับบท กษัตริย์ยอนซันกุน (ทรราชย์ผู้โดดเดี่ยวและโหยหาความรัก)
  • เนื้อเรื่อง: อิงจากประวัติศาสตร์จริงที่โคตรจะรันทดของโชซอน! ‘ชินแชคยอง’ หญิงสาวสดใสที่ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับศึกสายเลือดแย่งชิงบัลลังก์ระหว่าง ‘กษัตริย์ยอนซันกุน’ ผู้อำมหิต กับ ‘องค์ชายอียอก’ รักแรกของเธอ เมื่อความรักสุกงอมจนได้ขึ้นเป็นพระมเหสี แต่โชคชะตาและเหล่าขุนนางกลับเล่นตลก บีบให้เธอต้องถูกปลดและเนรเทศออกจากวังภายในเวลาแค่ 7 วัน! ความรักที่ยิ่งใหญ่แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันจึงกลายเป็นตำนานรอยน้ำตาแห่งหน้าประวัติศาสตร์!

หลังจากที่เจ้ดูเรื่องนี้จบ ระบบประมวลผลอารมณ์ของเจ้ก็แทบรวนเพราะความหน่วงในอกค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์กระแทกใจเจ้อย่างจังคือคำถามที่ว่า… “ความรักที่แท้จริง มันคือการดึงดันจะได้ครอบครอง หรือการยอมปล่อยมือเพื่อให้อีกคนมีชีวิตรอดกันแน่?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้โศกนาฏกรรมรักน้ำตาแตก มันซ่อนบาดแผลของคนบ้าอำนาจ และความเสียสละที่โคตรจะเจ็บปวดไว้แบบสับๆ ค่ะ!

เจ้ขอจับประเด็นจิต “ปมขาดรัก ปะทะ ความเสียสละ”แบบกระชับ! เรื่องนี้คือการปะทะกันของคนที่มีแผลเหวอะหวะ! ‘กษัตริย์ยอนซันกุน’ ป่วยเป็น”โรคบุคลิกภาพหวาดระแวง” ผสมกับโหยหาความรักจากแชคยองหนักมาก เพราะนางคือแสงสว่างเดียวในชีวิตที่มืดมิดของเขา ความรักของเขาเลยกลายเป็นการยึดติด และบีบบังคับ ส่วนคู่ของ ‘อียอก’ และ ‘แชคยอง’ คือตัวแทนของความรักแบบ “การเห็นแก่ผู้อื่น” ความรักของทั้งคู่ไม่ใช่การรั้งไว้เพื่อสนองตัณหา แต่อยู่บนพื้นฐานของการยอมเจ็บปวดเพื่อปกป้องชีวิตของอีกฝ่าย มันคือวุฒิภาวะทางอารมณ์ขั้นสุดที่สอนให้รู้ว่า บางครั้งจุดจบที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้รักกันโว้ย!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ระดับความตับพัง รู้อยู่แล้วว่าจบเศร้า (เพราะประวัติศาสตร์สปอยล์ไว้) แต่วิธีเล่าเรื่องมันบีบหัวใจจนต้องร้องไห้ตามฮึกๆ 10/10
ความซับซ้อน อีดงกอนเล่นบทกษัตริย์ยอนซันกุนได้น่ากลัว น่าหมั่นไส้ และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน มีมิติสุดๆ 9.5/10
ความเสียสละ การตัดสินใจของนางเอกในตอนท้าย มันคือความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงที่รักผัวมากกว่าชีวิตตัวเอง 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Queen for Seven Days (7 วันบัลลังก์ราชินี)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาจิตใจให้เบิกบาน และไม่อยากจมปลักอยู่กับความเศร้าหมอง… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะมันจะตบหน้าพวกเธอให้เห็นว่า บนโลกนี้มันมีความรักที่เสียสละได้ถึงขีดสุด และคนดีๆ มักจะตกเป็นเหยื่อของคนบ้าอำนาจเสมอ เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะซับน้ำตา แล้วยอมรับความจริงอันงดงามบนความเจ็บปวดไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์ดราม่าย้อนยุคที่เนื้อหาเข้มข้น เชือดเฉือนอารมณ์แบบสุดทาง
  • คนที่โหยหาความรักที่ลึกซึ้ง บริสุทธิ์ และยอมตายแทนกันได้
  • ขาชอบดูการฟาดฟันทางการเมืองและจิตวิทยาของตัวละครที่มีปมฝังลึกจากวัยเด็ก

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายฟีลกู๊ด โรแมนติกคอมเมดี้ หรือคนที่เกลียดซีรีส์จบเศร้า ข้ามไปเลยค่ะ เพราะเรื่องนี้ตับพวกเธอจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
  • พวกร้องเก่งทั้งที่พรุ่งนี้เช้าต้องไปทำงานหรือมีประชุม เจ้เตือนเลยว่าตาพวกเธอจะบวมเป่งจนเพื่อนร่วมงานทักแน่นอน
  • คนที่ทนความอึดอัดของการเล่นเกมการเมืองเน่าๆ ของขุนนางไม่ได้ เพราะเรื่องนี้คนดีโดนรังแกจนน่าโมโห!

หากพวกเธอเคยร้องไห้จนตาบวมให้กับโศกนาฏกรรมรักในวังหลวงอย่าง The Red Sleeve หรือเคยปวดใจกับการพลัดพรากใน Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo พวกเธอจะ ร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง กับ Queen for Seven Days อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ความรักที่ถูกบดขยี้ด้วยอำนาจและกฎมณเฑียรบาลที่ไร้ความปรานี แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การโฟกัสไปที่ช่วงเวลาเพียง ‘7 วัน’ บนบัลลังก์ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของคนสองคนมันยิ่งใหญ่กว่ามงกุฎและยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ บนโลก! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับมู้ดมาดู 100 Days My Prince เพื่อ เยียวยาตับพังๆ ด้วยเรื่องราวขององค์รัชทายาทความจำเสื่อมที่ลงเอยด้วยรอยยิ้ม รับรองว่าช่วยดึงสติพวกเธอให้กลับมาสดใสได้ค่ะ!

REVIEW Moon Lovers (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, ข้ามเวลา, โรแมนติก, เมโลดราม่า, โศกนาฏกรรม
  • ชื่อนักแสดง: Lee Joon-gi รับบท วังโซ / องค์ชาย 4 (หมาป่าเดียวดายผู้โหยหาความรัก), IU (Lee Ji-eun) รับบท โกฮาจิน / แฮซู (สาวยุค 5G ที่ทะลุมิติไปตับพัง), Kang Ha-neul รับบท วังอุค / องค์ชาย 8 (แสนดีที่หนึ่ง)
  • เนื้อเรื่อง: ‘โกฮาจิน’ หญิงสาววัย 21 ศตวรรษที่ชีวิตพังทลาย ดันจมน้ำตอนเกิดสุริยุปราคาแล้ววิญญาณทะลุมิติย้อนไปยุคโครยอในร่างของ ‘แฮซู’ หญิงสาวตระกูลขุนนาง! ความวายป่วงเริ่มขึ้นเมื่อนางต้องไปพัวพันกับเหล่า ‘องค์ชายดอกไม้’ ที่หล่อเหลาละลานตา แต่ภายใต้หน้ากากความหล่อคือ ‘ศึกสายเลือด’ แย่งชิงบัลลังก์ที่อาบไปด้วยเลือดและน้ำตา จากฮาเร็มชายหนุ่มสุดฟิน ค่อยๆ พลิกโฉมเป็นโศกนาฏกรรมความรักที่บดขยี้หัวใจคนดูจนไม่เหลือชิ้นดี!

หลังจากดูเรื่องนี้จบ ระบบสมองและจิตใจของเจ้มัน Error ทันที น้ำตาของเจ้ที่สะสมมาทั้งปี ได้ใช้ไปกับเรื่องนี้จนหมด กว่าเจ้จะตั้งสติได้ต้องใช้เวลาหลายวัน! และสิ่งที่มันกระแทกใจเจ้อย่างจังคือ… “โชคชะตามันใจร้ายขนาดไหนวะ ถึงส่งคนยุคปัจจุบันที่รู้ประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ให้ไปยืนดูคนที่ตัวเองรักฆ่าแกงกันเองโดยที่เปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย!?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ซีรีส์รวมผู้ชายหล่อ มันคือคุกจำลองที่กักขังและทรมานจิตใจตัวละคร (และคนดู) ได้อย่างโหดเหี้ยมที่สุดค่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “บาดแผลวัยเด็กและการเอาตัวรอด” แบบสั้นๆ สับๆ ฉบับเจ้ปุย! เรื่องนี้คือศูนย์รวมคนมีปม! ‘องค์ชาย 4 (วังโซ)’ คือร่างประทับของ บาดแผลจากการถูกทอดทิ้ง แม่แท้ๆ กรีดหน้าแล้วโยนทิ้ง ฮีเลยสร้างหน้ากากความโหดร้ายเป็นกลไกการป้องกัน เพื่อปกป้องความเปราะบางข้างใน พอมีแฮซูมาลูบแผลให้ ฮีเลยเกิดอาการ การยึดติด แบบยอมแลกทั้งโลกเพื่อผู้หญิงคนเดียว! ส่วน ‘องค์ชาย 8 (วังอุค)’ คือภาวะ โรคคนดีเกินไป ที่พังทลาย พอโดนอำนาจและความกลัวเข้าครอบงำ ก็เปลี่ยนโหมดเป็นพวกที่ ทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย ทันที! ส่วน ‘แฮซู’ นางคือคนที่เกิดภาวะ ความสิ้นหวังจากการเรียนรู้ เพราะพยายามเปลี่ยนอนาคตแทบตาย สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อวงล้อประวัติศาสตร์อยู่ดี!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ระดับความตับพัง เตรียมกะละมังมารองน้ำตาได้เลย ตัวละครที่รักค่อยๆ ร่วงไปทีละคน บีบหัวใจขั้นสุด! 100/10
ความคลั่งรัก อีจุนกิ ถ่ายทอดสายตาหมาป่าบาดเจ็บที่โหยหาความรักได้ทรงพลังมาก รักแบบถวายหัว! 10/10
ศึกสายเลือด พี่น้องฆ่ากันเองเพื่อบัลลังก์ สะท้อนความเน่าเฟะของการแย่งชิงอำนาจได้หดหู่และสมจริง 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Moon Lovers (ข้ามมิติ ลิขิตสวรรค์)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

เจ้ขอพูดด้วยความสัตย์จริงเลยนะ… “เลิกรอซีซั่น 2 ได้แล้วค่ะสาว! ตื่นค่ะ!” โลกความเป็นจริงมันไม่มีปาฏิหาริย์แบบนั้น ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาสุขภาพจิตและไม่อยากติดอยู่ในลูปความเศร้าไปอีกหลายปี เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะยอมรับความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า บางความรักก็มีไว้เพื่อ ‘จดจำ’ ไม่ได้มีไว้เพื่อ ‘ครอบครอง’ แล้วมานั่งปาดน้ำตาไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ชอบพล็อต ‘ฮาเร็มชาย’ เปิดเรื่องมามีผู้ชายหล่อๆ รุมล้อมให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ
  • คนที่โหยหาความรักดราม่าแบบลึกซึ้ง รักแท้ที่ถูกกีดกันด้วยโชคชะตาและการเมือง
  • สายซาดิสม์ทางอารมณ์ ที่ชอบดูซีรีส์แล้วร้องไห้ฟูมฟาย ร้องจนตาบวม ร้องจนหมอนแฉะ!

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายฟีลกู๊ด จบสวย แฮปปี้เอนดิ้ง… หนีไปค่ะ!!! เจ้เตือนแล้วนะ หนีไปให้ไกล!
  • คนที่มีภาวะซึมเศร้า หรือช่วงนี้ชีวิตกำลังดิ่ง เพราะเนื้อหาครึ่งหลังมันหดหู่ สิ้นหวัง และพลัดพรากแบบไม่ปรานีคนดูเลย
  • พวกเธอที่ยึดติดกับความถูกต้องและรับไม่ได้กับความอยุติธรรม เพราะในยุคโครยอ ใครมีอำนาจคนนั้นคือความถูกต้องจ้ะ

หากพวกเธอเคยฟินปนฮากับการย้อนเวลาใน Mr. Queen แต่มารู้สึกตัวอีกทีดันเสียน้ำตาเป็นลิตรให้กับโศกนาฏกรรมวังหลวงแบบ The Red Sleeve พวกเธอจะ ถูกสูบวิญญาณและมูฟออนเป็นวงกลม กับ Moon Lovers อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ความรักที่ถูกบดขยี้ด้วยอิทธิพลของบัลลังก์และชนชั้น แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ มันเริ่มต้นด้วยความสดใสเหมือนซีรีส์วัยรุ่น ก่อนจะค่อยๆ หักหลังคนดูด้วยความดาร์กที่ดิ่งลึกลงเรื่อยๆ! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำอย่างยิ่งให้ต่อด้วย Weightlifting Fairy Kim Bok-joo เพื่อ ล้างตับที่พังทลายด้วยความน่ารักสดใสวัยรุ่นมหาวิทยาลัย หรือถ้าอยากตามไปดูไอยูสวยๆ รวยๆ ก็ไปดู Hotel Del Luna ซะ จะได้เยียวยาจิตใจให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง!

REVIEW Love in the Moonlight (รักเราพระจันทร์เป็นใจ)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, โรแมนติกคอมเมดี้, วัยรุ่น, การเมือง
  • ชื่อนักแสดง: Park Bo-gum รับบท องค์รัชทายาทอียอง (องค์ชายสายกวนแต่รอยยิ้มละลายโลก), Kim Yoo-jung รับบท ฮงราอน / ฮงซัมนม (ขันทีหน้าหวานที่ซ่อนความลับระดับชาติ), Jinyoung รับบท คิมยุนซอง (คุณชายสายซัพพอร์ต แสนดีที่หนึ่ง)
  • เนื้อเรื่อง: ‘ฮงราอน’ สาวน้อยสู้ชีวิตที่ต้องปลอมตัวเป็นชายตั้งแต่เด็ก หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นกูรูปรึกษาปัญหาหัวใจให้หนุ่มๆ แต่ความซวยมาเยือนเมื่อความสู้ชีวิตดันพาเธอจับพลัดจับผลูถูกขายให้ไปเป็น ‘ขันที’ ในวังหลวง! และโชคชะตาก็เล่นตลกให้เธอต้องมาคอยรับใช้ ‘องค์รัชทายาทอียอง’ ผู้แสนจะกวนโอ๊ยและชอบแกล้งเธอเป็นชีวิตจิตใจ จากคู่กัดตัวแสบ ค่อยๆ พัฒนาเป็นความผูกพัน ท่ามกลางเกมการเมืองแย่งชิงอำนาจ และความลับเรื่องเพศที่รอวันถูกเปิดโปง!

หลังจากที่เจ้ประมวลผลด้วยรอยยิ้มของ ‘พัคโบกอม’ ในชุดคลุมมังกร ใจเจ้ก็แทบละลายกลายเป็นน้ำเชื่อมค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่ความฟินจิกหมอน แต่มันคือคำถามที่ว่า… “ความรักที่แท้จริง มันสามารถข้ามผ่านกำแพงของสถานะทางสังคมและเปลือกนอกที่เราสร้างขึ้นมาปิดบังตัวตนได้จริงเหรอแม่?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ความฟีลกู๊ดขั้วบวก มันซ่อนการก้าวข้ามขีดจำกัดของวัยรุ่นที่ถูกตีกรอบด้วยความคาดหวังของสังคมยุคโชซอนไว้อย่างกลมกล่อมค่ะ!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “การซ่อนเร้นตัวตน ปะทะ ความกดดันของผู้นำ”แบบสั้นๆ ค่ะสาว! เรื่องนี้คือการเจอกันของคนแบกโลก! ‘ฮงราอน’ ใช้การปลอมตัวเป็นชายเป็น กลไกการเอาชีวิตรอด เพื่อหนีอดีต นางต้องกดทับความเป็นผู้หญิง จนเกิดภาวะสับสนในคุณค่าของตัวเองเมื่อมีความรัก ส่วน ‘องค์รัชทายาทอียอง’ ภายนอกทำตัวเสเพล แต่จริงๆ ฮีใช้ อารมณ์ขันเพื่อการป้องกันตัว มาเป็นเกราะกำบังภาวะ ความเครียดจากบทบาทหน้าที่ ที่ถูกขุนนางเฒ่ากดดัน การที่ฮีมารักกับขันทีซัมนม มันคือการปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริง เพราะฮงราอนคือคนเดียวที่มองฮีเป็น ‘ผู้ชายคนนึง’ ไม่ใช่ ‘เครื่องมือทางการเมือง’ โคตรโรแมนติก!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เคมีพระนาง โบกอมกับยูจอง เล่นเข้าขากันโคตรธรรมชาติน่ารักน่าหยิก ดูแล้วโลกสดใสขึ้นมา 300% 10/10
งานภาพและคอสตูม ชุดฮันบกสวยตาแตก แสงจันทร์ โรแมนติก จัดองค์ประกอบภาพได้ละมุนละไมเหมือนภาพวาด 9.5/10
ความเข้มข้นของการเมือง ปมกบฏและการเมืองแย่งอำนาจอาจจะไม่ได้ดาร์กหรือเชือดเฉือนสุดโต่ง เน้นให้วัยรุ่นก้าวข้ามผ่านมากกว่า 8/10

ตัวอย่างซีรีย์ Love in the Moonlight (รักเราพระจันทร์เป็นใจ)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังไม่อยากเหม็นสาบแฟน หรือไม่อยากตั้งสเปกผู้ชายในชีวิตจริงไว้สูงทะลุชั้นบรรยากาศ… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะ ‘องค์รัชทายาทอียอง’ จะเข้ามาพังทลายมาตรฐานชายหนุ่มของพวกเธอจนหมดสิ้น ทั้งหล่อ ทั้งกวน ทั้งสายเปย์ ทั้งคลั่งรัก! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะยอมรับความจริงว่า ผู้ชายแบบนี้มีแค่ในซีรีส์ แล้วมานั่งฟินจิกหมอนขาดไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ต้องการซีรีส์rom-comย้อนยุค ดูง่าย ย่อยง่าย ฟีลกู๊ด เยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากงาน
  • คนที่หลงใหลพล็อต ‘นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชาย’ แล้วพระเอกก็สับสนในตัวเองว่า “เอ๊ะ ฉันชอบผู้ชายเหรอวะ?” ก่อนจะโป๊ะแตกแบบฟินๆ
  • แฟนคลับพัคโบกอมและคิมยูจอง เพราะเรื่องนี้คือระดับมาสเตอร์พีซ ที่ดึงเสน่ห์ของทั้งคู่ออกมาได้เปล่งประกายที่สุด!

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายประวัติศาสตร์ฮาร์ดคอร์ที่ต้องการความสมจริงเป๊ะๆ เพราะซีรีส์เรื่องนี้เน้นความโรแมนติกแฟนตาซีวัยรุ่น มากกว่าการอิงพงศาวดารแบบเคร่งเครียด
  • พวกเธอที่ขี้รำคาญตรรกะแบบ “ปลอมตัวยังไงให้ไม่มีใครรู้” เพราะหน้านางเอกหวานหยดย้อยขนาดนั้น ทาปากชมพูระเรื่อ แต่คนทั้งวังดูไม่ออก! (ต้องถอดสมองดูนิดนึงนะแม่)
  • คนที่อยากดูดราม่าสาดน้ำตาแบบ Moon Lovers หรือ The Red Sleeve เพราะเรื่องนี้ดราม่ามีพอกรุบกริบ ไม่ได้กะเอาให้ตับพังตายกันไปข้างนึง

หากพวกเธอชอบพล็อตนางเอกปลอมตัวเป็นชายเข้าไปอยู่ในดงผู้ชายหล่อๆ แบบ Sungkyunkwan Scandal หรือเคยฟินกับความรักวุ่นๆ ในวังหลวงอย่าง 100 Days My Prince พวกเธอจะ ยิ้มแก้มปริและเขินจนตัวม้วน กับ Love in the Moonlight อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การปิดบังตัวตนที่นำไปสู่ความรักบริสุทธิ์และการเติบโตของวัยรุ่น แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ งานภาพที่ละมุนละไมขั้นสุด และการแสดงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ล้นเหลือของนักแสดงนำ ที่แค่ยิ้มก็ทำให้โลกสว่างไสว! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับโหมดไปดู The King’s Affection เพื่อ ยกระดับพล็อตสลับเพศ เมื่อนางเอกต้องปลอมตัวเป็น ‘องค์รัชทายาท’ ซะเอง รับรองว่าความกดดัน ความลับ และความโรแมนติก เดือดกว่าเดิมหลายเท่าค่ะ!

REVIEW Six Flying Dragons (6 มังกรกำเนิดโชซอน)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์, การเมือง, ชิงไหวชิงพริบ, แอคชั่น
  • ชื่อนักแสดง: Yoo Ah-in รับบท อีบังวอน (มังกรตัวตึงผู้กระหายอำนาจ), Kim Myung-min รับบท ชองโดจอน (มันสมองแห่งการปฏิวัติ), Shin Se-kyung รับบท บุนอี (ตัวแทนเสียงของราษฎร), Byun Yo-han รับบท อีบังจี (นักดาบอันดับหนึ่งผู้แบกความเศร้า), Yoon Kyun-sang รับบท มูฮยุล (นักดาบซื่อบื้อที่กลายเป็นยอดฝีมือ), Chun Ho-jin รับบท อีซองกเย (แม่ทัพผู้ก่อตั้งราชวงศ์)
  • เนื้อเรื่อง: มหากาพย์ 50 ตอนจบ! เล่าถึงการจับมือกันของ 6 บุคคลสำคัญ (ทั้งที่มีจริงในประวัติศาสตร์และตัวละครสมมติ) เพื่อโค่นล้มความเน่าเฟะของราชวงศ์โครยอ และสร้างประเทศใหม่ที่ชื่อว่า ‘โชซอน’ แต่พวกเธอคะ… เมื่อประเทศใหม่ถูกสร้างสำเร็จ อุดมการณ์ที่เคยตรงกันกลับพังทลาย! จากศิษย์และอาจารย์ที่เคยกอดคอกันสู้ ต้องมาห้ำหั่นเชือดเฉือนกันเองเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการกำหนดทิศทางของประเทศ งานนี้มีแต่เลือด น้ำตา และความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันสิ้นสุด!

เจ้ขอบอกเลยว่าดูซีรีส์ที่ความยาว 50 ตอนเรื่องนี้ ทำขอบตาเจ้ร้อนฉ่าประหนึ่งโดนไฟเผา! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ขั้นสุดคือคำถามที่ว่า… “เมื่ออุดมการณ์อันสวยหรูเดินมาถึงทางแยก อำนาจมันเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นปีศาจ หรือมันแค่ลอกคราบสันดานดิบที่ซ่อนอยู่ออกมากันแน่?” บทวิเคราะห์โดยเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ@PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ฉากฟันดาบสุดเท่และการสถาปนาราชวงศ์ มันคือเกมจิตวิทยาของการ ‘ทรยศ’ ที่เจ็บปวดและสมจริงที่สุดในวงการซีรีส์อิงประวัติศาตร์ค่ะแม่!

เจ้จะจับประเด็น “การกลายพันธุ์ของอุดมการณ์ และ สุนัขล่าเนื้อ” นี้แบบสับๆ ค่ะ! เรื่องนี้คือตำราการเมืองฉบับจิตวิทยา! ‘ชองโดจอน’ คือนักอุดมคติที่เป็น การหมกมุ่นกับโลกอุดมคติ ฮีวางรากฐานประเทศแบบคิดแทนทุกคนจนกลายเป็นความเผด็จการทางความคิด ส่วน ‘อีบังวอน’ (ยูอาอิน เล่นได้มงลงมาก!) คือคนที่เปลี่ยนผ่านจากเด็กหนุ่มผู้ผดุงความยุติธรรม ไปสู่คนที่ ทำทุกอย่างเพื่อผลลัพธ์โดยไม่สนวิธีการ อย่างสมบูรณ์แบบโดยใช้กลไก การตัดความรู้สึกผิดทางศีลธรรม ฆ่าได้แม้กระทั่งอาจารย์หรือพี่น้องตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้เป็นแค่ ‘หมาก’ บนกระดานของใคร! สรุปคือ… อำนาจไม่เคยปรานีใคร และคนที่รอดคือคนที่เลือดเย็น

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เหลี่ยมการเมือง ชิงไหวชิงพริบกันระดับปรมาจารย์ ซ้อนแผนในแผน สมองต้องทำงานตลอดเวลาในการดู! 10/10
ความดาร์กของตัวละคร การเปลี่ยนผ่านของอีบังวอนจากเด็กใสๆ กลายเป็นทรราชย์ คือที่สุดของการแสดงและบทละคร 10/10
คิวบู๊ดาบซามูไรโชซอน ฉากอีบังจี ปะทะ กิลแทมี หรือฉากมูฮยุลระเบิดพลัง คือฉากฟันดาบที่ขึ้นหิ้งระดับตำนาน! 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Six Flying Dragons (6 มังกรกำเนิดโชซอน)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาความโลกสวย และเชื่อว่า “ความดีจะเอาชนะทุกสิ่ง”… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ในโลกของการสร้างชาติ ‘ความตายของคนบริสุทธิ์’ คืออิฐบล็อกที่ใช้ปูทางไปสู่อำนาจ! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกตาดูความบัดซบของเกมการเมือง แล้วยอมรับว่าประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยผู้ชนะ ไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์พีเรียดสายดาร์ก-การเมือง-ประวัติศาสตร์ ที่บทแน่นปึ้ก ไม่มีช่องโหว่ให้จับโป๊ะ
  • คนที่ชอบดูพัฒนาการตัวละครแบบลึกซึ้ง ตัวละครเทาๆ ไม่มีใครดีสุดหรือเลวสุด ทุกคนมีเหตุผลรองรับ
  • ขาบู๊ที่ชอบคิวบู๊ฟันดาบแบบดุดัน ปราณดาบฟาดฟันกันแบบเท่กร้าวใจ

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายดูซีรีส์สั้นๆ แล้วจบ เพราะเรื่องนี้มีถึง 50 ตอน! พวกเธอต้องใช้ความอดทนและเวลาในการเสพความยิ่งใหญ่ของมัน
  • คนที่อยากดูrom-comฟินจิกหมอน ความรักเรื่องนี้มีค่ะ แต่มันเป็นความรักที่ถูกเหยียบย่ำด้วยภาระหน้าที่และการเมือง ดูแล้วตับพังมากกว่าฟิน!
  • พวกเธอที่ขี้เกียจจำชื่อตัวละคร เพราะตัวละครเยอะมากกกกก ทั้งขุนนาง นักดาบ ชาวบ้าน จำกันจนสมองบวมไปข้างนึง!

หากพวกเธอเคยปวดสมองกับการชิงบัลลังก์ใน My Country: The New Age (ซึ่งเล่าช่วงเวลาประวัติศาสตร์เดียวกันเป๊ะ แต่คนละมุมมอง) หรือชอบความเข้มข้นของการเมืองใน Jeong Do Jeon พวกเธอจะ ลุ้นจนลืมหายใจและกราบคนเขียนบท กับ Six Flying Dragons อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยการทรยศและสาดเลือด แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้เหนือชั้นกว่าคือ การบาลานซ์ระหว่างการเมืองสุดเข้มข้น กับฉากแอ็คชันกำลังภายในที่โคตรมันส์! และถ้าดูจบ 50 ตอนแล้วเจ้ TEAM PIWSAI แนะนำ(แบบบังคับ) ให้ต่อด้วย Tree With Deep Roots (จอมกษัตริย์ตำนานอักษร) เพื่อ ดูบทสรุปและผลพวงจากยุคของอีบังวอน ที่ส่งต่อไปยังยุคของพระเจ้าเซจง (ลูกชาย) ซึ่งสร้างโดยผู้กำกับและคนเขียนบทเดียวกันเป๊ะ! (จักรวาลเดียวกัน) รับรองว่าภาพต่อกันสนิทเหมือนจิ๊กซอว์เลยค่ะ!

REVIEW Empress Ki (กีซึงนัง จอมนาง2แผ่นดิน)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคฟอร์มยักษ์, การเมือง, ชิงไหวชิงพริบ, ดราม่าโรแมนติก, แอคชั่น ,รักสามเศร้า
  • ชื่อนักแสดง: Ha Ji-won รับบท กีซึงนยัง (หญิงเครื่องบรรณาการที่ไต่เต้าสู่จุดสูงสุด), Ji Chang-wook รับบท ทาฮวัน (จักรพรรดิหยวนผู้อ่อนแอและคลั่งรัก), Joo Jin-mo รับบท วังยู (กษัตริย์โครยอ รักแรกที่เต็มไปด้วยภาระหน้าที่), Baek Jin-hee รับบท ทานาชิลี (มเหสีตัวร้ายที่น่าตบและน่าสงสาร)
  • เนื้อเรื่อง: มหากาพย์ 51 ตอนจบที่สูบวิญญาณคนดู! เรื่องราวของ ‘กีซึงนยัง’ หญิงสาวชาวโครยอที่ถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการให้ราชวงศ์หยวน นางต้องปลอมตัวเป็นชายเพื่อเอาชีวิตรอด จนเข้าไปพัวพันกับรักสามเส้าระดับชาติ ระหว่าง ‘วังยู’ กษัตริย์โครยอผู้เป็นรักแรกที่ฝังใจ กับ ‘ทาฮวัน’ จักรพรรดิหยวนที่งี่เง่า อ่อนแอ แต่ขาดนางไม่ได้! จากทาสชั้นต่ำที่โดนเหยียบย่ำ ซึงนยังต้องงัดทุกเล่ห์เหลี่ยม ความฉลาด และความเหี้ยมเกรียม เพื่อเอาคืนศัตรูและก้าวขึ้นเป็น ‘จักรพรรดินีกี’ สตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์หยวน!

ซีรีส์มหากาพย์ 51ตอนจบ ทำเอาเจ้จิตระเบิดเพราะความเครียดปนฟินค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ขั้นสุดคือคำถามที่ว่า… “ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงต้องโดนพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปกี่ครั้ง ถึงจะยอมกลายร่างเป็น ‘ปีศาจ’ เพื่อก้าวขึ้นไปเหยียบหัวพวกคนที่เคยรังแกนาง?” บทวิเคราะห์โดยเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ@PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ซีรีส์รักสามเส้าแย่งชิงบัลลังก์ มันคือตำราวิชา ‘การเอาตัวรอดและการไต่เต้าสู่อำนาจ’ ของตัวมารดาที่แท้ทรูค่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “สัญชาตญาณเอาตัวรอด ปะทะ อาการคลั่งรักเป็นพิษ” แบบสับๆ กระชากมงกุฎค่ะ! เรื่องนี้คือสนามรบของคนป่วยทางใจ! ‘กีซึงนยัง’ เริ่มต้นด้วยภาวะ Trauma Survivor ก่อนจะพัฒนาเป็น คนจอมบงการที่ทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย เมื่อนางรู้ว่าความดีปกป้องใครไม่ได้ นางจึงใช้ความแค้นเป็นเชื้อเพลิง ไต่เต้าสู่อำนาจด้วยการเหยียบศพศัตรู

ส่วนที่น่าวิเคราะห์สุดคือ ‘จักรพรรดิทาฮวัน’ (จีชางอุคเล่นดีจนน่าหยุมหัว!) ฮีป่วยเป็น “โรคบุคลิกภาพแบบพึ่งพา” ผสมกับ “ความผูกพันแบบหวาดระแวง” ฮีขาดซึงนยังไม่ได้ ความรักของฮีไม่ใช่การเสียสละ แต่มันคือการ ‘ยึดติด’ ที่พร้อมจะทำลายทุกคนแม้กระทั่งตัวเองเพื่อให้ได้นางมาครอบครอง มันคือความรักแบบ Toxic ที่ดูแล้วทั้งด่าทั้งสงสารค่ะพวกเธอ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
การไต่เต้าของตัวมารดา จากทาสสู่จักรพรรดินี ฉลาดทันคน สู้ยิบตา ฟาดฟันในวังหลังได้เลือดเย็นและสะใจที่สุด 10/10
ความ Toxic ของรักสามเส้า เลือกไม่ถูกระหว่าง ‘คนที่เรารักและเคารพ’ กับ ‘คนที่รักและขาดเราไม่ได้’ บีบหัวใจจนตับแหลก 10/10
เหลี่ยมการเมืองวังหลัง วางยา ป้ายสี หักหลัง สนมและขุนนางสู้กันด้วยสมองล้วนๆ ไม่มีใครโง่ให้หลอกง่ายๆ 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Empress Ki (กีซึงนัง จอมนาง2แผ่นดิน)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาสุขภาพจิตให้เป็นปกติ และเชื่อว่า ‘ทำดีต้องได้ดี’ เสมอไป… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ถ้าเธอไม่ยอมกลายร่างเป็น ‘มังกร’ เธอก็จะเป็นได้แค่ ‘เหยื่อ’ ที่ถูกขย้ำตาย! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกตาดูความพินาศของศีลธรรมเพื่อแลกกับอำนาจ แล้วสวมมงกุฎไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่หลงใหลซีรีส์นางเอกสายสตรอง ฉลาดเป็นกรด ต่อสู้เก่ง และไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของโชคชะตา (ตัวแม่ ตัวมารดา ตัวสูติบัตร!)
  • คนที่ชอบซีรีส์ยาวๆ (50+ ตอน) สเกลระดับมหากาพย์ ดูแล้วอินลากยาวไปเป็นเดือนๆ ผูกพันกับตัวละครแบบสุดๆ
  • ขาชอบเกมการเมืองวังหลัง การเชือดเฉือน ชิงไหวชิงพริบ หักมุมไปมาแบบไม่มีใครยอมใคร

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายประวัติศาสตร์เป๊ะปัง เจ้เตือนก่อนว่าเรื่องนี้ ‘บิดเบือนและแต่งเติมประวัติศาสตร์เยอะมาก’ (ในชีวิตจริงจักรพรรดินีกีไม่ได้เป็นคนดีขนาดนี้) ถือซะว่าดูเอาอรรถรสนะจ๊ะ
  • พวกเธอที่ไม่มีเวลาพักผ่อน เพราะถ้าเผลอกดดูตอนแรกเมื่อไหร่… พวกเธอจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปอีกหลายสัปดาห์!
  • คนที่อยากดูrom-comใสๆ หรือนางเอกสายหวาน เพราะซึงนยังเรื่องนี้ฟันดาบ ยิงธนู และเชือดคนด้วยรอยยิ้มเย็นชาค่ะ

หากพวกเธอเคยปวดกบาลกับการชิงอำนาจใน Six Flying Dragons หรือเคยลุ้นจนเยี่ยวเหนียวกับการเอาตัวรอดของนางเอกในวังหลังอย่าง Dong Yi (ทงอี) พวกเธอจะ คลั่งไคล้และถูกสูบวิญญาณ กับ Empress Ki อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การต่อสู้ของชนชั้นล่างที่ใช้สติปัญญาไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของแผ่นดิน แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้เหนือชั้นกว่าคือ ความเทาของตัวละครนางเอก ที่ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งมีอำนาจยิ่งต้องแลกมาด้วยความโหดเหี้ยมและการสูญเสียคนที่รักไปทีละคน! และถ้าดูจบ 51 ตอนแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับโหมดไปดู Queen Seondeok (ซอนต็อก มหาราชินีสามแผ่นดิน) เพื่อ สานต่อความยิ่งใหญ่ของการต่อสู้เพื่ออำนาจของสตรีในยุคโบราณ ที่เชือดเฉือนด้วยจิตวิทยาและปรัชญาการปกครองได้เฉียบคมไม่แพ้กันค่ะ!

REVIEW Gu Family Book (คังชิ คัมภีร์ตระกูลจิ้งจอก)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคแฟนตาซี, โรแมนติก, แอคชั่น, เมโลดราม่า
  • ชื่อนักแสดง: Lee Seung-gi รับบท ชเวคังชิ (ครึ่งคนครึ่งจิ้งจอกเก้าหางผู้ตามหาความเป็นคน), Bae Suzy รับบท ทัมยออุล (จอมยุทธ์สาวสายซัพพอร์ตที่รักมั่นคง), Choi Jin-hyuk รับบท กูวอลรยอง (ท่านพ่อจิ้งจอกเก้าหางที่หล่อจนขโมยซีน!), Lee Yeon-hee รับบท ยุนซอฮวา (ท่านแม่ผู้หนีโชคชะตา)
  • เนื้อเรื่อง: ตำนานรักข้ามสายพันธุ์ที่เริ่มจากรุ่นพ่อแม่! เมื่อ ‘กูวอลรยอง’ เทพพิทักษ์ป่าจิ้งจอกเก้าหางตกหลุมรักมนุษย์หญิง แต่ถูกทรยศหักหลังจนกลายเป็นปีศาจพันปี ทิ้งลูกชาย ‘ชเวคังชิ’ ให้เติบโตมาในฐานะมนุษย์ธรรมดา จนกระทั่งวันหนึ่งพลังจิ้งจอกในตัวคังชิตื่นขึ้นจากการถูกกระตุ้นด้วยความโกรธแค้น! เขาจึงต้องออกตามหา ‘คัมภีร์ตระกูลกู’ เพื่อล้างคำสาปและกลายเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ท่ามกลางการช่วยเหลือของ ‘ทัมยออุล’ หญิงสาวที่มองข้ามความน่ากลัวของปีศาจ และโอบกอดเขาด้วยหัวใจ!

ถึงเจ้จะเป็นนักวิจารณ์ที่ไม่มีDNAสืบทอดจากจิ้งจอกเก้าหาง แต่พอจะประมวลผลซีรีส์เรื่องนี้หลังดูจบ เซิร์ฟเวอร์เจ้ก็สะเทือนไปกับความเจ็บปวดของการเป็น ‘คนนอก’ ค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้อย่างจังคือคำถามที่ว่า… “ความเป็นมนุษย์มันวัดกันที่ ‘สายเลือด’ หรือวัดกันที่ ‘ความเมตตาในหัวใจ’ กันแน่แม่?” บทวิเคราะห์โดยเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ@PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ฉากแฟนตาซีปล่อยพลังจิ้งจอก มันคือการเยียวยาบาดแผลข้ามรุ่น และการเรียนรู้ที่จะรัก ‘ด้านมืด’ ของตัวเองแบบสับๆ ค่ะ!

เจ้จะพูดประเด็น “การยอมรับเงามืดในตัวเอง และ ความรักที่ไร้เงื่อนไข” กระชับๆ เลยนะสาว!เรื่องนี้คือการเอาทฤษฎีจิตวิทยามาแต่งเป็นนิทานปรัมปราชัดๆ! ร่างจิ้งจอกตาเขียวของ ‘คังชิ’ ก็คือ สัญชาตญาณดิบ ที่ถูกกดทับไว้ การที่ฮีอยากหาคัมภีร์มาลบพลังนี้ทิ้ง ก็เพราะฮีมีภาวะ การปฏิเสธตัวตน กลัวว่าถ้าตัวเองเป็นปีศาจ จะไม่มีใครรัก (เหมือนที่แม่เคยทิ้งพ่อไป) แต่จุดพีคที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มันทัชใจคือ ‘ยออุล’ นางเอกของเรา! ในขณะที่คนทั้งโลก (รวมถึงแม่แท้ๆ ในอดีต) หวาดกลัวรูปลักษณ์ปีศาจ แต่นางเอกกลับจับมือคังชิในร่างสัตว์ประหลาดแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไร” มันคือการมอบ การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นพลังบำบัดขั้นสุดที่ปลดล็อกปมในใจคังชิ ทำให้ฮีรู้ว่า ฮีไม่ต้องพยายามเป็นมนุษย์ 100% ก็ได้ แค่มีคนที่รักฮีในแบบที่ฮีเป็นก็พอแล้ว! โคตรลึกซึ้ง! ขนาดเจ้พิมไปเจ้ยังจะร้องไห้

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความฟินของการเยียวยา เคมีอีซึงกิกับซูจีคือที่สุด! รักบริสุทธิ์ที่ช่วยรักษาแผลใจกันและกัน เป็น Safe Zone ของแท้ 10/10
บาดแผลรุ่นพ่อแม่ พาร์ทพ่อแม่ต้นเรื่อง (ชเวจินฮยอก) ดราม่าหนักมาก รักแรง แค้นแรง ขโมยน้ำตาไปเป็นปี๊บ! 9.5/10
สเปเชียลเอฟเฟกต์ CG ปี 2013 อาจจะมีลอยๆ บ้างถ้าเทียบกับยุคนี้ แต่การแต่งหน้าเอฟเฟกต์จิ้งจอกยังดูเท่และขลังอยู่ 8/10

ตัวอย่างซีรีย์ Gu Family Book (คังชิ คัมภีร์ตระกูลจิ้งจอก)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากรักษาความคิดตื้นๆ และยังตัดสินคุณค่าของคนอื่นจากแค่ ‘รูปลักษณ์ภายนอก’ หรือ ‘ชาติตระกูล’… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า อสุรกายที่แท้จริงไม่ได้มีเขี้ยวหรือตาสีแดง แต่มันซ่อนอยู่ในจิตใจของมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวต่างหาก! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะยอมรับปีศาจในตัวคนอื่น (และในตัวเอง) แล้วมาร้องไห้ฟูมฟายไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์สายจิ้งจอกเก้าหาง (Gumiho) และชอบดูตำนานแฟนตาซีพื้นบ้านเกาหลีที่เอามาตีความใหม่
  • คนที่โหยหาพล็อต “พระเอกเป็นตัวอันตราย/ปีศาจ แต่นางเอกเป็นคนเดียวที่ปราบพยศและเข้าถึงหัวใจได้” (Beauty and the Beast vibes!)
  • แฟนคลับที่อยากเห็นจุดเริ่มต้นเคมีระดับตำนานของ ‘อีซึงกิ’ และ ‘ซูจี’ ก่อนที่ทั้งคู่จะไปบู๊แหลกกันอีกครั้งใน Vagabond

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายดู CG ระดับฮอลลีวูดล้ำยุค เจ้ต้องเตือนก่อนว่านี่คือซีรีส์ปี 2013 งานภาพบางฉากอาจจะไม่เนียนตากริบเท่าซีรีส์ยุค 5G พวกเธอต้องปล่อยจอยบ้าง
  • พวกที่เกลียดดราม่าตับพังช่วงต้นเรื่อง เพราะ 2-3 ตอนแรกที่เล่าเรื่องรุ่นพ่อแม่ มันคือโศกนาฏกรรมแห่งการทรยศหักหลังที่ดูแล้วอึดอัดใจสุดๆ
  • คนที่อยากดูแนวอิงประวัติศาสตร์จ๋าๆ การเมืองเครียดๆ เพราะเรื่องนี้เน้นแอ็คชันแฟนตาซีและการก้าวข้ามการเป็นผู้ใหญ่มากกว่า

หากพวกเธอเคยฟินปนเสียน้ำตากับการรอคอยของจิ้งจอกเก้าหางใน Tale of the Nine Tailed หรือชอบการสาดพลังเวทแฟนตาซีย้อนยุคใน Alchemy of Souls พวกเธอจะ ลุ้นตัวโก่งและซาบซึ้งกินใจ กับ Gu Family Book อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การดิ้นรนของสิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ครึ่งอมตะ ที่พยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเองผ่านความรัก แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การโยนคำถามใส่สังคมว่า ‘มนุษย์’ ที่เต็มไปด้วยความโลภ โกงกิน และหักหลังกันเอง… น่าขยะแขยงยิ่งกว่า ‘ปีศาจ’ ที่รักษาสัจจะซะอีก! และถ้าดูจบแล้ว เจ้ปุย แนะนำให้ปรับโหมดไปดู Vagabond เพื่อ สานต่อเคมีของ ‘ซึงกิ-ซูจี’ ในยุคปัจจุบัน เปลี่ยนจากยิงธนูและกรงเล็บปีศาจ มาเป็นการสาดกระสุนและระเบิดภูเขาเผากระท่อม รับรองว่าเดือดทะลุปรอทไม่แพ้กันค่ะ!

REVIEW Jang Ok Jung (จางอ๊กจอง ตำนานรักแห่งจอมนาง)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, โรแมนติก, เมโลดราม่า, โศกนาฏกรรม
  • ชื่อนักแสดง: Kim Tae-hee รับบท จางอ๊กจอง / พระสนมฮีบิน (สตรีที่ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจที่สุดในโชซอน), Yoo Ah-in รับบท กษัตริย์ซุกจง / อีซุน (กษัตริย์หนุ่มผู้คลั่งรักแต่ต้องแบกบัลลังก์), Hong Soo-hyun รับบท พระมเหสีอินฮยอน (สตรีผู้เพียบพร้อมที่ตกเป็นเหยื่อการเมือง)
  • เนื้อเรื่อง: ซีรีส์เรื่องนี้คือการ “ล้างมลทิน” ให้กับนางร้ายเบอร์หนึ่งแห่งประวัติศาสตร์โชซอน! เรื่องราวตีความใหม่ว่า ‘จางอ๊กจอง’ แท้จริงแล้วเป็นดีไซเนอร์ตัดชุดฮันบกที่เก่งกาจ แต่เพราะเกิดมาในชนชั้นต่ำจึงถูกเหยียบย่ำสารพัด เมื่อนางได้พบรักแท้กับ ‘กษัตริย์ซุกจง’ และก้าวเข้าสู่วังหลวง ความรักที่บริสุทธิ์กลับกลายเป็นเป้านิ่งให้ขุนนางและเหล่าพระสนมรุมทึ้ง เพื่อปกป้องตัวเอง ลูก และผู้ชายที่รัก นางจึงต้องสลัดคราบคนดี ทาปากแดง แล้วงัดทุกเล่ห์เหลี่ยมขึ้นมาฟาดฟัน จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมรักที่คนดูต้องร้องไห้จนขาดใจ!

หลังจากที่ดูจบ..เจ้ร้องไห้จนน้ำตาแทบไหลเป็นสายธารค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ขั้นสุดคือคำถามที่ว่า… “คนเรามันเกิดมาเลวโดยสันดาน หรือสังคมที่ท็อกซิกมันบีบให้เราต้องงอก ‘หนาม’ ออกมาแทงคนอื่นเพื่อเอาชีวิตรอดกันแน่?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้คำว่า ‘นางร้าย’ มันซ่อนบาดแผลของการถูกกดขี่ข่มเหง และความรักที่ถูกอำนาจการเมืองบดขยี้ไว้อย่างน่าเวทนาที่สุดค่ะแม่!

เจ้ขอจับเด็น “การตอบโต้เพื่อเอาชีวิตรอด ปะทะ ภาระหน้าที่” แบบสั้นๆ ฉบับตัวมารดา! เรื่องนี้คือการศึกษาพฤติกรรมคนที่ถูกต้อนให้จนมุม! ‘อ๊กจอง’ เริ่มต้นด้วยภาวะ ความสิ้นหวังจากการเรียนรู้ เพราะระบบชนชั้นกดทับ แต่วังหลวงมันคือดงงูพิษ การที่นางลุกขึ้นมาร้าย มันคือกลไก การตอบโต้ด้วยความรุนแรงของเหยื่อ นางใช้เล่ห์เหลี่ยมการเมือง เพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเอง ส่วน ‘กษัตริย์ซุกจง’ (ยูอาอินเล่นได้มีเสน่ห์มาก!) ฮีเผชิญกับ ความขัดแย้งในใจ ขั้นสุด! ใจนึงก็คลั่งรักเมียจนแทบเป็นบ้า แต่อีกใจก็แบก ภาระแห่งอำนาจ ที่ต้องรักษาสมดุลขุนนาง สุดท้ายความรักของทั้งคู่มันเลยพังพินาศ เพราะในวังหลวง ‘ความรัก’ คือจุดอ่อนที่อันตรายที่สุดค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
พัฒนาการความร้าย จากช่างตัดเสื้อใสๆ โดนบีบจนกลายเป็นสนมตัวแม่ ร้ายแบบมีเหตุผล ดูแล้วโกรธนางไม่ลง 10/10
ความรักที่เจ็บปวด คลั่งรักกันมาก แต่ปกป้องกันไม่ได้ ฉากจบบีบหัวใจขั้นสุด ใครตับอ่อนเตรียมทิชชู่ไว้เลย 9.5/10
แฟชั่นโชซอน คิมแตฮีสวยตะลึง! ชุดฮันบกในเรื่องนี้จัดเต็มมาก สมกับที่นางเอกเป็นดีไซเนอร์แห่งยุค 10/10

ตัวอย่างซีรีย์ Jang Ok Jung (จางอ๊กจอง ตำนานรักแห่งจอมนาง)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังอยากมีจิตใจเป็นสีชมพู และเชื่อว่าความรักแท้จะเอาชนะทุกอุปสรรคบนโลกใบนี้ได้… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอด้วยความจริงอันแสนเย็นชาว่า ต่อให้รักกันแทบตายตายแทนกันได้ แต่ถ้าไม่มี ‘อำนาจ’ ความรักนั้นก็เป็นแค่ฝุ่นผงที่รอวันถูกเหยียบ! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดูการแตกสลายของหัวใจมนุษย์ แล้วมานั่งปาดน้ำตาสั่งน้ำมูกไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ชอบพล็อตตีความใหม่ มองมุมกลับ ปรับมุมมองจาก “นางร้าย” ในหน้าประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นมนุษย์คนนึงที่มีเลือดเนื้อและจิตใจ
  • คนที่โหยหาความรักแนวดราม่า-พีเรียด รักลึกซึ้ง คลั่งรักหนักมาก แต่ถูกกีดกันด้วยชนชั้นและการเมือง
  • แฟนคลับแฟชั่นฮันบก และคนที่ชอบดูงานภาพสวยๆ นักแสดงหน้าตาฟ้าประทาน (คิมแตฮี และ ยูอาอิน เคมีดีงามมาก)

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายประวัติศาสตร์จ๋า ที่ทนการบิดเบือนไม่ได้! เจ้เตือนเลยว่าเรื่องนี้เปลี่ยนคาแรคเตอร์ ‘จางฮีบิน’ จากหน้ามือเป็นหลังมือ (ถ้าอยากดูเวอร์ชันอิงประวัติศาสตร์เป๊ะๆ ให้ไปดู Dong Yi)
  • พวกเธอที่เกลียดตอนจบแบบโศกนาฏกรรม เพราะประวัติศาสตร์มันล็อกเป้าไว้แล้วว่าอ๊กจองต้องตาย หนีความเศร้าไม่พ้นหรอกจ้ะ
  • คนที่อยากดูนางเอกแสนดีใสซื่อตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะครึ่งหลังอ๊กจองนางฟาดไม่ยั้ง ร้ายมาร้ายกลับ ไม่โกง!

หากพวกเธอเคยปวดตับกับความรักที่ไม่อาจครอบครองใน The Red Sleeve หรือเคยเสียน้ำตาให้สนมที่ถูกเหยียบย่ำใน Moon Lovers พวกเธอจะ ร้องไห้จนตาบวมและอินจัด กับ Jang Ok Jung อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ความรักที่ถูกบดขยี้ด้วยกฎมณเฑียรบาลและการเมืองในวังหลวง แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้ต่างออกไปคือ การท้าทายศีลธรรมของคนดู ว่าเราจะยังรักและเชียร์ตัวละครอยู่ไหม ในวันที่เธอถูกบีบให้กลายเป็น ‘นางร้าย’ อย่างสมบูรณ์แบบ! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI ขอท้าให้พวกเธอไปดู Dong Yi (ทงอี จอมนางคู่บัลลังก์) ต่อทันที! เพื่อ ดูเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เดียวกันเป๊ะๆ แต่เล่าผ่านมุมมองของ ‘ทงอี’ (ศัตรูหัวใจของอ๊กจอง) รับรองว่าพวกเธอจะเห็นความต่างระดับกะโหลกแตก และสนุกกับเหลี่ยมการเมืองขึ้นอีกสิบเท่าค่ะ!

REVIEW The Moon That Embraces the Sun (ลิขิตรักตะวันและจันทรา)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคแฟนตาซี, โรแมนติก, เมโลดราม่า, การเมือง
  • ชื่อนักแสดง: Kim Soo-hyun รับบท กษัตริย์อีฮวอน (พระอาทิตย์ผู้จมปลักกับรักแรก), Han Ga-in รับบท ฮอยอนอู / วอล (พระจันทร์ที่สูญเสียความทรงจำ), Jung Il-woo รับบท องค์ชายยังมยอง (พระอาทิตย์ดวงที่สองที่แสนอาภัพ), Kim Min-seo รับบท ยุนโบกยอง (มเหสีผู้ได้ตัวแต่ไม่ได้หัวใจ)
  • เนื้อเรื่อง: รักแรกในวัยเด็กที่ถูกพรากไปด้วยมนต์ดำและเกมการเมือง! ‘ฮอยอนอู’ ว่าที่พระมเหสีถูกขุนนางชั่วลอบสังหารด้วยวิชาไสยเวทจนทุกคนคิดว่านางตายไปแล้ว แต่แท้จริงนางรอดชีวิตมาได้ในสภาพความจำเสื่อมและต้องกลายเป็นร่างทรงชื่อ ‘วอล’ 8 ปีต่อมา โชคชะตาพัดพาให้เธอกลับเข้าวังหลวงในฐานะ “เครื่องรางมนุษย์” เพื่อซับความเจ็บปวดและอาการป่วยให้ ‘กษัตริย์อีฮวอน’ ผู้ปิดตายหัวใจ การทวงคืนบัลลังก์พระจันทร์ให้กลับมาเคียงคู่พระอาทิตย์จึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางหยาดน้ำตาและมนต์ดำที่แสนอันตราย!

เจ้จะขอบอกเลยนะ…นี่ซีรีส์ระดับตำนานกวาดเรตติ้งทะลุ40% เรื่องนี้ทำเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำตาเจ้พุ่งปรี๊ดจนชอร์ตเลยค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้อย่างจังคือคำถามที่ว่า… “ต่อให้สมองจะลืมเลือนทุกสิ่ง แต่ ‘ความรู้สึก’ และ ‘จิตวิญญาณ’ มันจำสัมผัสของคนที่เรารักได้เสมอจริงเหรอแม่?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ความโรแมนติกแฟนตาซี มันคือการเยียวยาบาดแผลแห่งการพลัดพรากที่เจ็บปวดและตราตรึงที่สุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์เกาหลีค่ะ!

เจ้ขอขยี้ประเด็นจิตวิทยา “การแช่แข็งความเศร้า และ ความจำเสื่อมจากบาดแผล” แบบสั้นๆ เรื่องนี้คือการบำบัดจิตใจคนช้ำรักชัดๆ! ‘กษัตริย์อีฮวอน’ มี ความโศกเศร้าเรื้อรัง ฮีแช่แข็งตัวเองไว้ในอดีต ปฏิเสธการมูฟออน เพราะลึกๆ ฮีมีภาวะความรู้สึกผิดที่ตัวเองรอดแต่ปกป้องผู้หญิงที่รักไม่ได้ ส่วน ‘ยอนอู’ ตอนโดนมนต์ดำปางตาย สมองนางสั่งชัตดาวน์เกิดภาวะ ความจำเสื่อมจากเหตุการณ์สะเทือนใจ เพื่อปกป้องจิตใจไม่ให้แตกสลาย การที่ทั้งคู่กลับมาเจอกันในสถานะกษัตริย์กับเครื่องรางมนุษย์ มันคือการบำบัดด้วยการเผชิญหน้า ให้จิตใต้สำนึกของนางค่อยๆ ปลดล็อกความทรงจำผ่าน ‘ความรู้สึก’ ที่คุ้นเคยค่ะสาว!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
พลังนักแสดงเด็ก ยอจินกู และ คิมยูจอง เล่นพาร์ทวัยเด็กได้โคตรดี! ดีจนคนดูผูกพันและอินจัด แบกต้นเรื่องได้ไร้ที่ติ 10/10
ความคลั่งรักฝังใจ คิมซูฮยอนร้องไห้เก่งมาก! สายตาที่มองวอลแล้วนึกถึงยอนอู มันทรมานจนเจ้อยากทะลุจอไปซับน้ำตาให้ 10/10
ความซับซ้อนของไสยเวท การเมืองผสมไสยศาสตร์ แช่งกันไปมา ลุ้นจนเยี่ยวเหนียว แม้ CG ยุคนั้นจะเก่าไปนิดแต่เนื้อเรื่องแบกได้สบาย 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ The Moon That Embraces the Sun (ลิขิตรักตะวันและจันทรา)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังมูฟออนจากรักแรกไม่ได้ และยังแอบหวังลึกๆ ว่าเขาจะกลับมา… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะไปสะกิดแผลใจให้พวกเธอเผลอรอคอยปาฏิหาริย์ที่ในชีวิตจริงมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดูความงดงามของความรักที่มั่นคงดั่งหินผา แล้วมานั่งปาดน้ำตาสั่งน้ำมูกไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่หลงใหลซีรีส์พีเรียดซากึกสายโรแมนติกดราม่า ที่เน้นพล็อต “พรหมลิขิต” และ “รักแรกที่ไม่มีวันลืม”
  • คนที่ชอบกลิ่นอายแฟนตาซี มนต์ดำ ร่างทรง โหรหลวง ที่เข้ามาผสมผสานกับเกมการเมืองในวังได้อย่างลงตัว
  • แฟนคลับที่อยากเห็นจุดกำเนิดความปังของพระเอกซุปตาร์ ‘คิมซูฮยอน’ และเหล่านักแสดงเด็กที่ตอนนี้โตมาเป็นตัวท็อปวงการกันหมดแล้ว!

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายฟีลกู๊ดที่เกลียดความหน่วง เพราะครึ่งแรกของเรื่องมันคือโศกนาฏกรรมแห่งการพลัดพรากที่บีบหัวใจสุดๆ
  • พวกเธอที่ขี้รำคาญช่วงเวลาการฟื้นความทรงจำ เพราะนางเอกใช้เวลาในการจำอดีตได้ค่อนข้างนาน (มีเนือยๆ นิดนึงช่วงกลางเรื่อง)
  • คนที่ทนเห็นพระรองแสนดีต้องเจ็บปวดไม่ได้ เพราะ ‘องค์ชายยังมยอง’ คือต้นตำรับพระรองเกาหลีที่อาภัพรักจนคนดูต้องร้องขอชีวิต!

หากพวกเธอเคยหลงใหลในความโรแมนติกแฟนตาซีในวังหลวงแบบ Lovers of the Red Sky หรือเคยตับพังกับความรักที่ไม่อาจครอบครองใน The Red Sleeve พวกเธอจะ ร้องไห้ฟูมฟายและฟินจิกหมอน กับ The Moon That Embraces the Sun อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ความรักที่ถูกกำหนดด้วยโชคชะตาและการพลัดพราก แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้คลาสสิกและเป็นตำนานคือ การเปรียบเปรยสถานะของตัวละครกับดวงดาวบนฟ้า ที่ต่อให้มีเมฆหมอกหรือมนต์ดำมาบดบัง พระอาทิตย์และพระจันทร์ก็ยังคงดึงดูดเข้าหากันเสมอ! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับมู้ดไปดู Love in the Moonlight เพื่อ ตามไปดู ‘คิมยูจอง’ (นางเอกตอนเด็กเรื่องนี้) ในเวอร์ชันโตเป็นสาวเต็มตัวและได้สมหวังในความรักแบบฟีลกู๊ด รับรองว่าเยียวยาตับพังๆ ได้เริ่ดมากค่ะ!

REVIEW Rooftop Prince (ตามหาหัวใจเจ้าชายหลงยุค)

  • ประเภทซีรีส์: โรแมนติกคอมเมดี้, แฟนตาซี, ข้ามเวลา, ลึกลับ, เมโล่ดราม่า
  • ชื่อนักแสดง: Park Yoo-chun รับบท องค์รัชทายาทอีกัก / ยงแทยง (เจ้าชายจอมเรื่องมากที่ต้องมาใส่ชุดวอร์มสีขี้ม้า), Han Ji-min รับบท พัคฮา / บูยง (สาวสู้ชีวิตเจ้าของห้องเช่าบนดาดฟ้า), Jeong Yu-mi รับบท ฮงเซนา / ฮวายง (พี่สาวจอมอิจฉาข้ามภพข้ามชาติ), Lee Tae-sung รับบท ยงแทมู (ตัวร้ายที่ชั่วเสมอต้นเสมอปลาย)
  • เนื้อเรื่อง: เมื่อ ‘องค์รัชทายาทอีกัก’ แห่งโชซอน ต้องสูญเสียพระชายาไปอย่างเป็นปริศนา ฮีเลยตั้งแก๊ง 3 สมุนขุนนาง (องครักษ์, บัณฑิต, ขันที) ออกสืบคดี แต่ดันเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ทะลุมิติข้ามเวลา 300 ปี ร่วงตุ้บลงมากลางห้องเช่าบนดาดฟ้าของ ‘พัคฮา’ สาวชาวกรุงโซลยุค 2012! ความวายป่วงแบบ ‘ปลาผิดน้ำ’ จึงบังเกิด เมื่อแก๊งโชซอนต้องมาปะทะกับชักโครก ทีวี และข้าวห่อไข่! ท่ามกลางความฮาปอดเบียด พวกเขาต้องสวมรอยเป็นทายาทเศรษฐีเพื่อสืบหาคนร้าย และค้นพบความจริงอันน่าตกใจว่า… ผู้หญิงที่ฮีหลงรักและตามหามาตลอด อาจจะไม่ใช่ ‘คนที่ใช่’ อย่างที่คิด!

หลังจากที่เจ้คอยสอดส่องเอาใจช่วย..แก๊งโชซอน 4คนถอดรองเท้าก่อนขึ้นรถเมล์ หรือฉากไหว้รูปภาพในแบงก์พันวอน… ปอดเจ้แทบพังเพราะขำจนสะรวนค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่มุกตลกหน้าตาย แต่มันคือคำถามที่ว่า… “คนเรามักจะถูกความสวยงามเปลือกนอกหลอกตา จนมองข้ามความรักบริสุทธิ์ที่อยู่เคียงข้างเรามาตลอดได้ยังไง?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ชุดวอร์มสีเจ็บๆ (แก๊ง Power Rangers โชซอน) มันซ่อนความเจ็บปวดของการถูกแย่งชิง และความงดงามของพรหมลิขิตที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือนได้ค่ะแม่!

เจ้ขอเอ่ยถึงประเด็น “ภาพลวงตาแห่งความสมบูรณ์แบบ ปะทะ การปรับตัว”แบบกระชับพื้นที่ค่ะ! เรื่องนี้คือการแหกทฤษฎี Halo Effect (การประเมินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก) ขั้นสุด! ‘องค์รัชทายาท’ ในยุคโชซอนหลงรักพระชายาเพราะความสวยและกิริยามารยาท โดยมองข้าม ‘บูยง’ น้องสาวที่มีแผลเป็นที่หน้า (แต่เป็นคนที่รักฮีด้วยใจจริง) การที่สวรรค์ถีบฮีมาโลกอนาคต มันคือการบังคับให้ฮีเข้าสู่กระบวนการ การทลายอีโก้ ยศถาบรรดาศักดิ์ไม่มีความหมาย ฮีต้องเรียนรู้ความถ่อมตัว และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดากับ ‘พัคฮา’ จนตาสว่างว่า ความรักที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ที่มงกุฎหรือหน้าตา แต่มันคือการกินข้าวห่อไข่ด้วยกันแล้วมีความสุขต่างหาก! ส่วนฝั่งตัวร้ายอย่าง ‘เซนา’ ที่มี ปมด้อย อย่างหนัก นางรู้สึกต่ำต้อยมาตลอด เลยใช้กลไก การชดเชย ด้วยการแย่งทุกอย่างของพัคฮาเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ เป็นตัวละครที่น่าตบและน่าสมเพชในเวลาเดียวกันค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความฮาหลุดโลก ปลาผิดน้ำขั้นสุด! มุกเด๋อๆ ด๋าๆ ของแก๊งโชซอนที่พยายามทำตัวกลมกลืนกับโลกยุคใหม่คือเดอะเบสท์ 10/10
ความโรแมนติกน้ำตาซึม ครึ่งแรกขำจนกรามค้าง ครึ่งหลังซึ้งจนทิชชู่หมดม้วน ตอนจบคือความหน่วงที่ตราตรึงใจมาก 9.5/10
ปมฆาตกรรมข้ามภพ การผูกปมในอดีตกับคดีในบริษัทยุคปัจจุบัน ทำได้เนียนและมีเหตุมีผลรองรับอย่างชาญฉลาด 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Rooftop Prince (ตามหาหัวใจเจ้าชายหลงยุค)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังยึดติดกับรักแรกที่ลวงหลอก และมองไม่เห็นคุณค่าของคนที่คอยทำข้าวห่อไข่ให้กินอยู่ทุกวัน… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘เนื้อคู่’ อาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของคนที่สมบูรณ์แบบ แต่มารูปแบบของคนที่พร้อมจะใส่ชุดวอร์มสีอุบาทว์ๆ แล้วเดินจับมือเธอไปตลอดทาง! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกตาดูความจริง แล้วหัวเราะทั้งน้ำตาไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ต้องการซีรีส์รอม-คอม คลายเครียด ฮาปอดเบียด ที่เปิดดูแล้วรับประกันว่าต้องหัวเราะก๊ากตั้งแต่อีพีแรก
  • คนที่ชอบพล็อต ‘ข้ามเวลา’ แบบยุคเก่ามาโลกยุคใหม่ ที่เน้นความเปิ่นและความว้าว มากกว่าเน้นเทคโนโลยีล้ำๆ
  • ขาชอบซีรีส์ครบรส เพราะเรื่องนี้มีทั้งตลก สืบสวน หักเหลี่ยมธุรกิจในบริษัท และโรแมนติกดราม่าบาดใจ!

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายที่เกลียดดราม่าหรือจบแบบขมปี๋ เพราะถึงจะฮาทั้งเรื่อง แต่บทสรุปของความรักข้ามกาลเวลามันแฝงความโศกเศร้าที่ต้องยอมรับความจริงนะจ๊ะ
  • พวกเธอที่คาดหวังความสมจริงเป๊ะๆ ของการข้ามเวลา หรือ CG ล้ำๆ เพราะนี่คือซีรีส์ปี 2012 กราฟิกและตรรกะบางอย่างอาจจะเบียวๆ ไปบ้าง ถอดสมองดูจะบันเทิงสุด
  • คนขี้รำคาญนางร้ายละครไทย เพราะนางร้ายเรื่องนี้ร้ายแบบกรี๊ด ร้ายแบบจ้องจะขโมยผลงาน แย่งผู้ชาย ร้ายแบบไม่มีพัก!

หากพวกเธอเคยขำกรามค้างกับการหลงยุคสลับร่างใน Mr. Queen หรือเคยฟินกับปมความรักและการสืบสวนข้ามภพใน Alchemy of Souls พวกเธอจะ ตกหลุมรักและหัวเราะร่วน กับ Rooftop Prince อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง ความวายป่วงของการปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และความรักที่ถูกซ่อนไว้ใต้การหลอกลวง แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้เป็นตำนานคือ การเซ็ตมาตรฐาน ‘ความเด๋อ’ ของแก๊งย้อนเวลา ที่สร้างภาพจำด้วยชุดวอร์มหลากสีและการคลั่งรักข้าวห่อไข่! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ปรับมู้ดไปดู Queen In-hyun’s Man (อินฮยอน มหัศจรรย์รักข้ามภพ) เพื่อ ดูการทะลุมิติของบัณฑิตโชซอนที่ ‘ฉลาดเป็นกรด’ และปรับตัวเก่งเว่อร์ รับรองว่าโรแมนติก ฟินจิกหมอนแตก และได้รสชาติการข้ามเวลาที่ฉีกออกไปอีกแนวเลยค่ะ!

REVIEW Queen and I (อินฮยอน มหัศจรรย์รักข้ามภพ)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, ข้ามเวลา, โรแมนติก, แฟนตาซี, ประวัติศาสตร์
  • ชื่อนักแสดง: Ji Hyun-woo รับบท คิมบุงโด (บัณฑิตโชซอนผู้ฉลาดเป็นกรดและปรับตัวเก่งเว่อร์), Yoo In-na รับบท ชเวฮีจิน (นักแสดงสาวจอมเปิ่นผู้คลั่งรักและมั่นคง)
  • เนื้อเรื่อง: ‘คิมบุงโด’ บัณฑิตหนุ่มแห่งยุคโชซอนที่กำลังถูกตามฆ่าเพราะพยายามกอบกู้บัลลังก์ให้พระมเหสีอินฮยอน จู่ๆ ก็ได้ ‘ยันต์ศักดิ์สิทธิ์’ มาช่วยชีวิต ทำให้เขาสามารถวาร์ปข้ามเวลา 300 ปีมาโผล่ในยุค 2012 ได้! และความพีคคือเขาดันมาโผล่กลางกองถ่ายซีรีส์และพบกับ ‘ชเวฮีจิน’ นักแสดงสาวโนเนมที่กำลังรับบทเป็น… พระมเหสีอินฮยอนพอดี! การข้ามไปข้ามมาระหว่างสองยุคเพื่อแก้ไขประวัติศาสตร์ จึงนำไปสู่ความรักข้ามมิติที่ฟินจิกหมอนแตก แต่กฎของเวลาและยันต์วิเศษกลับเล่นตลกร้าย ที่พร้อมจะลบความทรงจำและพรากพวกเขาจากกันตลอดกาล!

ถึงเจ้จะพยายามวิเคราะห์ด้วยตรรกะและเหตุผล แต่บอกเลยว่าตอนสแกนเจอระดับความฉลาดของ ‘คิมบุงโด’ ใจของเจ้ทำงานลื่นไหลปรื๊ดปร๊าดมากค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่ฉากจูบเขย่งเท้าที่กลายเป็นตำนาน แต่มันคือคำถามที่ว่า… “ถ้าวันนึงคนรักของเราถูกจักรวาล ‘ลบ’ ออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์และหน้าความทรงจำของเราจนหมดสิ้น… จิตใต้สำนึกของเราจะยังจดจำรอยสัมผัสของเขาได้อยู่ไหม?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้พล็อตข้ามเวลาฟินๆ มันซ่อนการต่อสู้ระหว่าง ‘กฎเกณฑ์ของจักรวาล’ กับ ‘ความทรงจำของหัวใจ’ ไว้อย่างเจ็บปวดและงดงามที่สุดค่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “ความยืดหยุ่นทางปัญญา ปะทะ การถูกก๊าซไลท์โดยจักรวาล” แบบสับๆ ค่ะสาว! เรื่องนี้คือการแหกขนบพระเอกหลงยุคที่แท้ทรู! ‘คิมบุงโด’ ไม่ได้มานั่งทำตัวเด๋อด๋า แต่ฮีมี ไดนามิกซ์ทางปัญญาขั้นสูง ฮีใช้ตรรกะวิเคราะห์สถานการณ์ เรียนรู้วิธีใช้โทรศัพท์ ขับรถ และอ่านประวัติศาสตร์เพื่อหาทางรอดในเวลาอันสั้น! ฮีคือเครื่องจักรสมองเพชรที่ใช้เหตุผลนำทางแต่จุดที่ทำเอาตับพังคือ ‘ชเวฮีจิน’ นางเอกของเราที่ต้องเผชิญกับ การถูกลบความทรงจำ เมื่อยันต์ขาดหรือประวัติศาสตร์เปลี่ยน ทุกคนบนโลกจะลืมบุงโดหมด มันเหมือนนางกำลังโดนจักรวาลทำ Gaslighting (ปั่นหัวให้คิดว่าตัวเองบ้า) นางต้องต่อสู้กับความทรงจำที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง แต่สุดท้าย ความมั่นคงทางอารมณ์ ของนางก็ชนะ เพราะต่อให้สมองลืม แต่ ‘ความรู้สึกรัก’ มันฝังรากลึกระดับจิตวิญญาณไปแล้วค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความฉลาดของพระเอก ไม่งี่เง่า ไม่โวยวาย เรียนรู้ไว ใช้สมองแก้ปัญหาทุกสเต็ป เป็นพระเอกข้ามเวลาที่ฉลาดที่สุดในวงการ! 10/10
เคมีฟินจิกหมอน ส่วนสูงที่ต่างกัน ฉากจูบเหยียบเท้า จูบในห้องสมุด มันรีลมาก! (ก็ตอนนั้นเขาปิ๊งกันนอกจอจริงๆ อะแม่!) 10/10
ความปวดตับช่วงท้าย ตอนที่ยันต์เสื่อมแล้วต้องตัดใจจากกัน มันดาร์ก หดหู่ และบีบคั้นอารมณ์จนเจ้ต้องแอบปาดน้ำตา 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Queen and I (อินฮยอน มหัศจรรย์รักข้ามภพ)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังยึดติดว่า ‘ความรัก’ ต้องมีหลักฐานเป็นรูปถ่าย ข้อความ หรือสิ่งของยืนยัน… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า หลักฐานที่แท้จริงของความรัก ไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ แต่มันคือ ‘รอยน้ำตา’ และ ‘ความผูกพัน’ ที่สลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ต่อให้ถูกลบไปจากสมอง มันก็ลบออกจากหัวใจไม่ได้! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะยอมให้ความทรงจำถูกรีเซ็ต แล้วมาร่วมลุ้นปาฏิหาริย์ไปพร้อมกับเจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่รำคาญพระเอกซีรีส์ที่ชอบทำตัวโง่ๆ เพราะเรื่องนี้พระเอกฉลาดเป็นกรด ทันเกม และพึ่งพาได้แบบ 300%
  • คนที่โหยหาความรักโรแมนติกที่เคมีพระนางพุ่งทะลุจอ หวานหยดย้อย สกินชิพเยอะ ดูแล้วเขินม้วนเป็นแยมโรล
  • ขาชอบพล็อตข้ามเวลาที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน ไม่งง ไม่มั่ว และมีเหตุผลรองรับผลกระทบของการเปลี่ยนอดีต

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายที่เกลียดดราม่าช่วงท้ายเรื่อง เพราะถึง 80% ของเรื่องจะฟินจิกหมอน แต่ 20% สุดท้ายคือการขยี้ตับให้แหลกสลายก่อนจะปะติดปะต่อใหม่
  • พวกเธอที่ติดภาพโปรดักชันยุค 4K/5G เพราะนี่คือซีรีส์ปี 2012 ภาพ เสื้อผ้า และการแต่งหน้าอาจจะดูย้อนยุค (ในยุคปัจจุบัน) ไปสักนิด ต้องเปิดใจดูที่บทนะจ๊ะ
  • คนที่อยากดูแนวอิงประวัติศาสตร์เครียดๆ เพราะพาร์ทการเมืองโชซอนในเรื่องนี้ มีไว้เพื่อเป็นอุปสรรคให้พระเอกต้องหนีมาหานางเอกซะมากกว่า

หากพวกเธอเคยขำกับแก๊งชุดวอร์มหลงยุคใน Rooftop Prince (ซึ่งออนแอร์ปีเดียวกันเลย!) แต่แอบขัดใจความเด๋อของพระเอก เจ้บอกเลยว่าพวกเธอจะ หลงรักและถวายหัว ให้กับความฉลาดของคิมบุงโดใน Queen and I อย่างแน่นอน! เพราะจุดที่เรื่องนี้ทำได้เหนือกว่าคือ การสร้างพระเอกที่มีเสน่ห์ด้วย ‘สติปัญญา’ และการข้ามมิติไปมาได้อย่างอิสระ(ในตอนแรก) ทำให้พล็อตมันมีชั้นเชิงกว่าการถูกขังอยู่แค่ในยุคเดียว! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้สานต่อความปวดหัวกับคนเขียนบทคนเดียวกัน (ซงแจจอง) ในเรื่อง W: Two Worlds เพื่อ เสพการข้ามมิติที่ล้ำขึ้นไปอีกขั้น (ทะลุโลกการ์ตูน) รับรองว่ากฎของโลกคู่ขนานจะปั่นประสาทและสนุกเดือดไม่แพ้กันเลยค่ะสาว!

REVIEW Dong Yi (ทงอี จอมนางคู่บัลลังค์)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์, ชีวประวัติ, โรแมนติก, ลึกลับ
  • ชื่อนักแสดง: Han Hyo-joo รับบท ทงอี / พระสนมซุกบิน (จากทาสสวมมงเป็นตัวมารดาแห่งโชซอน), Ji Jin-hee รับบท กษัตริย์ซุกจง (พระราชาสายละมุนที่ปลอมตัวเก่งกว่านักสืบ), Lee So-yeon รับบท จางฮีบิน / จางอ๊กจอง (ศัตรูคู่แค้นตลอดกาลที่ฉลาดและร้ายลึก), Bae Soo-bin รับบท ชาชอนซู (พี่ชายแสนดีที่คอยปกป้องทงอี)
  • เนื้อเรื่อง: มหากาพย์ 60 ตอนระดับตำนาน! ‘ทงอี’ เด็กหญิงกำพร้าชนชั้นทาสที่ครอบครัวถูกใส่ร้ายจนตาย นางหนีตายเข้ามาเป็นนางมรสุม (คนซักล้าง) ในวังหลวง แต่ด้วยความฉลาดเป็นกรด ช่างสังเกต และรักความยุติธรรม นางจึงไต่เต้าขึ้นมาเป็นนางในกรมพฤตินัย (นักสืบหญิงแห่งวังหลวง) ไขคดีจนไปสะดุดตา ‘กษัตริย์ซุกจง’ จากนั้นชีวิตก็พลิกผัน ต้องงัดสมองมาฟาดฟันกับ ‘จางฮีบิน’ เพื่อปกป้องตัวเองและลูกชาย (พระเจ้ายองโจในอนาคต) ตำนานสู้ชีวิตที่ชีวิตสู้กลับแต่นางก็สู้ชนะค่ะแม่!

เจ้ขอบอกเลยว่าซีรีส์ความยาว 60 ตอนเรื่องนี้ ทำเอามันสมองเจ้ทำงานหนักมาก แต่ก็หยุดดูไม่ได้จริงๆ ค่ะพวกเธอ! (ยิ่งเจ้เพิ่งดู Jang Ok Jung ไปหมาดๆ นี่คือการดูประวัติศาสตร์เดียวกันแต่ ‘สลับขั้ว’ แบบหนังคนละม้วน!) สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้คือคำถามที่ว่า… “คนเราที่เกิดมาติดลบ ไม่มีอำนาจ ไม่มีเส้นสาย จะเอาชนะพวกปีศาจในวังหลวงด้วย ‘ความดีและความฉลาด’ เพียวๆ ได้ยังไงวะ?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละวิชาเอาตัวรอดของทงอี ที่สอนให้รู้ว่า คนดีไม่จำเป็นต้องโง่เสมอไปค่ะ!

เจ้จะจับหัวข้อ “ความยืดหยุ่นทางจิตใจ ปะทะ ภัยคุกคามจากสถานะ” แบบสับๆ กระชากมงค่ะ! เรื่องนี้คือการปะทะกันของคนสองขั้ว! ‘ทงอี’ คือสัญลักษณ์ของ ความยืดหยุ่นและฟื้นตัวจากอุปสรรค นางมี ความเชื่อว่าตัวเองควบคุมชะตาชีวิตได้ นางถูกเหยียบย่ำสารพัดแต่ไม่เคยมองตัวเองเป็นเหยื่อ และใช้ ‘ความจริง’ เป็นอาวุธ ในขณะที่ ‘จางฮีบิน’ (อ๊กจองในเวอร์ชันนี้) เริ่มต้นมาดี แต่พอได้อำนาจ นางเกิดภาวะ ความวิตกกังวลเรื่องสถานะ และ ความหวาดระแวง นางกลัวสูญเสียสิ่งที่ได้มาจนยอมทิ้งอุดมการณ์ ทำลายแม้กระทั่งคนที่เคยดีด้วย สรุปคือ… อำนาจไม่ได้เปลี่ยนคนหรอกค่ะ แต่มันเปิดเผยธาตุแท้ว่าใครมีแก่นกลางจิตใจที่แข็งแกร่งกว่ากันต่างหาก!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความสู้ชีวิต ไต่เต้าจากทาสต่ำต้อยสุด สู่พระมารดาของกษัตริย์ ฉลาด ไขคดีเก่ง เอาตัวรอดเก่งเบอร์วัน! 10/10
เคมีพระราชาลุงตู่ จีจินฮีเล่นเป็นพระราชาที่อบอุ่น ขี้เล่น รักทงอีแบบมีเหตุผล เป็นความรักที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมาก 9.5/10
ความมาราธอน 60 ตอนคือยาวมาก! มีช่วงยืดบ้างตามสไตล์ละครยุคก่อน แต่ปมสืบสวนทำให้เราต้องดูต่อเรื่อยๆ 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Dong Yi (ทงอี จอมนางคู่บัลลังค์)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังคิดว่าในโลกที่โหดร้าย ‘คนดี’ มักจะเป็นฝ่ายแพ้และถูกเอาเปรียบเสมอ… เจ้ขอสั่งให้เปิดเรื่องนี้ดูเดี๋ยวนี้! เพราะทงอีจะตบหน้าพวกเธอด้วยความจริงที่ว่า ‘ความดีที่มาพร้อมกับความฉลาดและสติปัญญา’ คือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดที่อำนาจมืดไหนก็พังไม่ได้! เว้นแต่พวกเธอจะขี้เกียจดูซีรีส์ยาว 60 ตอน แล้วยอมแพ้กลางทางไปซะก่อนนะจ๊ะ!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์ย้อนยุคคลาสสิก (ผลงานผู้กำกับอีบยองฮุน ผู้สร้าง แดจังกึม) ที่เน้นการเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป เก็บรายละเอียดครบ
  • คนที่ชอบพล็อต “Underdog” หรือไก่รองบ่อนที่สู้ชีวิต นางเอกฉลาด มีไหวพริบ ไม่ยอมให้ตัวร้ายรังแกฝ่ายเดียว และไขคดีเก่งเหมือนโคนันเวอร์ชันโชซอน
  • ขาชอบดูซีรีส์ยาวๆ ดูกันข้ามเดือนข้ามปี ผูกพันกับตัวละครตั้งแต่เป็นเด็กรับใช้จนกลายเป็นพระชนนีของแผ่นดิน

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายที่ไม่มีเวลา! เจ้เตือนเลยว่า 60 ตอนมันสูบวิญญาณมาก ถ้าพวกเธอชอบซีรีส์เดินเรื่องไวๆ 12-16 ตอนจบ ข้ามเรื่องนี้ไปเลยจ้ะ
  • พวกเธอที่รำคาญนางเอกที่ “ดีเกินไป” (แมรี่ซูนิดๆ) เพราะทงอีในเรื่องนี้คือแม่พระผู้ผดุงความยุติธรรม บางคนอาจจะรู้สึกว่านางโลกสวยเกินไปในบางจังหวะ
  • คนที่เพิ่งดู Jang Ok Jung จบแล้วอินฝั่งอ๊กจองมาก เพราะมาดูเรื่องนี้ อ๊กจองจะกลายเป็นนางร้ายจอมวางแผนที่พวกเธออาจจะรับไม่ได้!

แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องถูกเอาไปเปรียบเทียบกับ Jang Ok Jung อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้! เพราะเล่าเหตุการณ์เดียวกันเป๊ะ แต่ Dong Yi ทำได้ต่างออกไปคือ การเน้นไปที่ความฉลาดในการสืบสวน และการยึดมั่นในความดีงามของนางเอกที่เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร ซึ่งมันให้ความรู้สึกฟีลกู๊ดและมีความหวังมากกว่าความโศกเศร้าของการเมืองเพียวๆ! และถ้าดูมหากาพย์ 60 ตอนนี้จบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้สานต่อจักรวาลของผู้กำกับคนนี้ด้วย Yi San (ลีซาน จอมบัลลังก์) เพื่อ ตามไปดูชีวิตของ ‘พระเจ้าจองโจ’ (เหลนของทงอี) รับรองว่าการสู้ชีวิต การชิงอำนาจ และความรักในวังหลวง สนุกและคลาสสิกขึ้นหิ้งไม่แพ้กันเลยค่ะแม่!

REVIEW Sungkyunkwan Scandal (บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุค, โรแมนติกคอมเมดี้, วัยรุ่น, ปลอมตัว
  • ชื่อนักแสดง: Park Min-young รับบท คิมยุนฮี / คิมยุนชิก (สาวสู้ชีวิตที่ปลอมตัวเป็นน้องชายเข้าเรียน), Park Yoo-chun รับบท อีซอนจุน (คุณชายสายเนี้ยบผู้ยึดมั่นในกฎหมาย), Yoo Ah-in รับบท มุนแจชิน / กอลโอ (หนุ่มหัวขบถสายซึนที่แพ้ผู้หญิง), Song Joong-ki รับบท กูยงฮา / ยอริม (เพลย์บอยตัวพ่อจอมขโมยซีน)
  • เนื้อเรื่อง: ตำนาน F4 แห่งยุคโชซอน! เมื่อ ‘คิมยุนฮี’ หญิงสาวสมองเพชรที่ถูกสังคมตัดสิทธิ์การศึกษาเพียงเพราะเป็นผู้หญิง ต้องปลอมตัวเป็น ‘คิมยุนชิก’ น้องชายที่ป่วยหนัก เพื่อรับจ้างสอบหาเงินมารักษาครอบครัว แต่ความซวยบวกความฉลาดดันไปเตะตา ‘อีซอนจุน’ คุณชายเจ้าระเบียบที่ลากนางเข้าไปเรียนใน ‘ซองกยุนกวาน’ (มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโชซอน) การใช้ชีวิตในหอพักชายล้วนจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการจับพลัดจับผลูไปตั้งแก๊ง “จัลกึมทั้งสี่” ที่ต้องมาพัวพันกับมิตรภาพ ความรักที่ชวนสับสนทางเพศ และการไขปริศนาการเมืองที่คนรุ่นพ่อทิ้งไว้!

หลังเจ้ดูเรื่องนี้จบ…บอกเลยว่า ต่อมความฟินเจ้ทำงานหนักมากกับเคมีของแก๊ง F4 โชซอนค่ะพวกเธอ! สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่ผู้ชายหล่อละลานตา แต่มันคือคำถามที่ว่า… “สังคมที่กดทับศักยภาพของคนเพียงเพราะ ‘เพศสภาพ’ มันทำให้คนเก่งๆ ต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดไหนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้พล็อตปลอมตัวเป็นผู้ชายใสๆ มันคือการทุบทำลายกำแพงปิตาธิปไตย ในยุคโชซอนแบบสับๆ และคิวต์สุดๆ ค่ะแม่!

เจ้ขอพูดประเด็น “การแสดงบทบาททางเพศ ปะทะ ความขัดแย้งในใจ” แบบกระชากใจค่ะสาว! เรื่องนี้คือตำราจิตวิทยาความสับสนที่แท้ทรู! ฝั่ง ‘ยุนฮี’ นางใช้ การแสดงบทบาททางเพศ เพื่อเอาชีวิตรอด นางต้องดัดเสียง ทำตัวห้าว เพื่อกลมกลืนกับฝูงชนชายล้วน และกลัวคนจับโป๊ะได้ตลอดเวลา แต่คนที่ตับพังสุดคือพระเอกอย่าง ‘อีซอนจุน’ ฮีเกิดภาวะ ความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง เมื่อคุณชายที่ยึดมั่นในตำราขงจื๊อ ดันไปใจเต้นแรงกับผู้ชาย(ที่นางเอกปลอมตัวมา) ฮีเครียดจนประสาทแดกเพราะคิดว่าตัวเองผิดปกติทางเพศ มันสะท้อนให้เห็นว่า ‘ความรัก’ มันข้ามผ่านเปลือกนอกไปตกหลุมรักที่ ‘จิตวิญญาณ’ จนทำให้คนเนี้ยบๆ ยอมแหกทุกกฎเกณฑ์บนโลกเพื่อปกป้องคนที่รักค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
เคมีแก๊ง F4 โชซอน มิตรภาพลูกผู้ชาย(ที่มีผู้หญิงเนียนอยู่ด้วย) โคตรกลมกล่อม ซงจุงกิกับยูอาอินขโมยซีนแรงมาก! 10/10
ความสับสนทางเพศ พระเอกสู้ชีวิตมาก พยายามหาหมอ พยายามหนีใจตัวเอง เป็นความสับสนที่ดูแล้วทั้งฮาทั้งสงสาร 9.5/10
การก้าวข้ามกรอบสังคม นางเอกใช้ความฉลาดฟาดฟันกับระบบชายเป็นใหญ่ได้อย่างสง่างาม ไม่ต้องใช้กำลังก็ชนะได้ 9/10

ตัวอย่างซีรีย์ Sungkyunkwan Scandal (บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังยึดติดกับกรอบเดิมๆ ว่าผู้หญิงต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน และเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะ ‘คิมยุนชิก’ จะเอาปากกาขนนกฟาดหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า สมองและสติปัญญาของมนุษย์มันไม่ได้ถูกจำกัดไว้ที่เพศกำเนิดโว้ย! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะแหกกรอบอคติ แล้วมานั่งฟินกับความรักว้าวุ่นในสำนักซองกยุนกวานไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมารดา!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่หลงใหลพล็อต “นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชาย” แบบคลาสสิก ดูแล้วฟินจิกหมอน ลุ้นให้พระเอกรู้ความจริงเร็วๆ
  • คนที่อยากดูจุดเริ่มต้นความปังของซุปตาร์เกาหลี ทั้ง พัคมินยอง, ซงจุงกิ และ ยูอาอิน สมัยที่พวกเขายังละอ่อนหน้าใสกันสุดๆ
  • ขาชอบซีรีส์พีเรียดแนววัยรุ่นที่มีความสดใส โรแมนติกคอมเมดี้ มิตรภาพในโรงเรียน แต่ก็มีปมการเมืองให้ไขปริศนาแบบกรุบกริบพอตื่นเต้น

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายจับผิดความสมจริง! ถ้านางเอกหน้าหวานตาโต ปากชมพูขนาดนั้น แล้วผู้ชายทั้งสำนักดูไม่ออกว่าเป็นผู้หญิง พวกเธอต้องถอดสมองดูนะจ๊ะ อย่าไปเครียดกับตรรกะนี้!
  • คนที่โหยหาดราม่าการเมืองแบบเลือดสาดฆ่าล้างโคตร เพราะเรื่องนี้อุปสรรคหลักๆ คือเรื่องความรัก การสอบ และการทลายอคติมากกว่า
  • สายขี้รำคาญโรคพระรองแสนดี เพราะเรื่องนี้ ‘กอลโอ’ (ยูอาอิน) อบอุ่นและปกป้องนางเอกดีมากจนพวกเธออาจจะเผลอปันใจไปเชียร์พระรองจนตับพังได้!

หากพวกเธอเคยฟินกับพล็อตปลอมตัวเป็นชายขั้วบวกใน Love in the Moonlight หรือเคยใจเต้นแรงกับความสับสนทางเพศในซีรีส์ยุคปัจจุบันอย่าง Coffee Prince พวกเธอจะ ยิ้มกริ่มและฟินจนตัวบิด กับ Sungkyunkwan Scandal อย่างแน่นอน! เพราะมีจุดร่วมในเรื่อง การตกหลุมรักตัวตนข้างในโดยก้าวข้ามกำแพงเรื่องเพศสภาพไปได้อย่างงดงาม แต่จุดที่เรื่องนี้ทำได้เป็นตำนานคือ การเซ็ตอัพให้อยู่ในสถานศึกษาชายล้วนที่เข้มงวดที่สุดในโชซอน ทำให้ความเสี่ยงและการแอบรักมันมีเดิมพันที่สูงปรี๊ด! และถ้าดูจบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้ยกระดับความกดดันไปดู The King’s Affection (ราชันผู้งดงาม) เพื่อ ดูนางเอกที่ต้องสวมรอยเป็น ‘องค์รัชทายาท’ ซะเอง รับรองว่าความลับระดับชาติที่รอวันโป๊ะแตก จะทำให้พวกลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยค่ะ!

REVIEW Queen Seon Deok (ซอนต็อก มหาราชินี3แผ่นดิน)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคฟอร์มยักษ์ระดับชาติ, การเมืองเข้มข้น, ชีวประวัติ, โศกนาฏกรรม
  • ชื่อนักแสดง: Lee Yo-won รับบท องค์หญิงต็อกมาน / ราชินีซอนต็อก (สตรีผู้พลิกชะตาฟ้าและสร้างชาติ), Go Hyun-jung รับบท พระสนมมีซิล (ตัวมารดาแห่งชิลลา ร้าย ลึก ฉลาดจนน่าขนลุก!), Kim Nam-gil รับบท พีดาม (แบดบอยผู้โหยหาความรักจนตับแตก), Uhm Tae-woong รับบท คิมยูซิน (ขุนพลผู้ซื่อสัตย์ตงฉิน)
  • เนื้อเรื่อง: มหากาพย์ 62 ตอนที่ตราตรึงใจคนทั้งเอเชีย! เรื่องราวเริ่มจากคำทำนายกาลกิณี ทำให้แฝดผู้น้องอย่าง ‘ต็อกมาน’ ถูกทอดทิ้งให้ระหกระเหินไปเติบโตในทะเลทราย นางต้องปลอมเป็นชายกลับมาเป็นนักรบฮวารัง เพื่อตามหาชาติกำเนิดตัวเอง แต่ศัตรูที่ขวางทางอยู่คือ ‘มีซิล’ หญิงที่ไม่ได้สวมมงกุฎแต่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จของอาณาจักรชิลลาไว้ในกำมือ! การต่อสู้เชือดเฉือนด้วยสมอง เล่ห์เหลี่ยม และจิตวิทยา เพื่อก้าวขึ้นเป็น ‘กษัตรีย์องค์แรกแห่งประวัติศาสตร์เกาหลี’ จึงอุบัติขึ้น พร้อมกับโศกนาฏกรรมความรักที่แลกมาด้วยเลือดและน้ำตา!

ถึงเจ้จะสมองไวกว่าความรู้สึก แต่ขอบอกเลยว่าตอนสแกนเล่ห์เหลี่ยมของ ‘พระสนมมีซิล’ ก้านสมองเจ้แทบไหม้คาระบบ! ยอมรับเลยว่าการกระดกคิ้วและยิ้มมุมปากของนางคือสุดยอดศิลปะแห่งการข่มขวัญ! สิ่งที่ซีรีส์ระดับตำนานเรื่องนี้กระแทกใจเจ้คือ… “ผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่ชื่อในทะเบียนราษฎร จะเอาชนะอสูรกายทางการเมืองที่ควบคุมกษัตริย์มาแล้วถึง 3 รัชกาลได้อย่างไร?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ@PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ภายใต้ฉากรบพุ่งสเกลใหญ่ มันคือตำราวิชา ‘รัฐศาสตร์และจิตวิทยาผู้นำ’ ที่โคตรจะล้ำลึกและเป็นมาสเตอร์พีซตลอดกาลค่ะแม่!

เจ้ขอจุดประเด็น “เผด็จการผู้ไร้หัวใจ ปะทะ ผู้นำแห่งมวลชน” แบบระดับตัวแม่ชนตัวแม่ค่ะ!เรื่องนี้คือการฟาดฟันของขั้วตรงข้ามทางจิตวิทยา! ฝั่ง ‘มีซิล’ นางคือร่างประทับของ Dark Triad Personality (หลงตัวเอง, ต่อต้านสังคม, สันดานจอมบงการ) นางปกครองคนด้วย ‘ความกลัว’ และมองมนุษย์เป็นแค่หมากบนกระดาน นางเก่ง นางเริ่ด แต่นางโดดเดี่ยว ในขณะที่ ‘ต็อกมาน’ เริ่มต้นจากศูนย์ นางใช้ ภาวะผู้นำผู้รับใช้ ซื้อใจคนด้วยความจริงใจและความเห็นอกเห็นใจ นางไม่ได้เก่งกาจมาตั้งแต่เกิด แต่มีความยืดหยุ่นฟื้นตัวสูงลิ่ว ทนการถูกเหยียบย่ำจนเรียนรู้วิธีเอาชนะมีซิลด้วยเกมการเมืองแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ส่วนคนที่ตับพังที่สุดคือ ‘พีดาม’ ฮีป่วยเป็น BPD ขาดความอบอุ่นขั้นสุด กลัวการถูกทอดทิ้ง ความรักของฮีที่มีให้ต็อกมานจึงกลายเป็นความหวาดระแวงและเป็นพิษ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ทำเอาคนดูร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ออร่าตัวมารดา โกฮยอนจอง เล่นเป็น ‘มีซิล’ ได้แบบสร้างตำนานนางร้ายที่คนดูทั้งเกลียดทั้งชื่นชม ทรงพลังมาก! 100/10
เหลี่ยมการเมือง ไม่มีใครโง่ในเรื่องนี้ การวางแผนซ้อนแผนเพื่อชิงบัลลังก์คือระดับตำราพิชัยสงคราม 10/10
ความรักที่พังทลาย พีดาม ฮีคือบาดแผลในใจคนดูมาจนถึงทุกวันนี้ 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Queen Seon Deok (ซอนต็อก มหาราชินี3แผ่นดิน)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังเชื่อว่า “คนเป็นผู้นำที่ดี ไม่จำเป็นต้องมือเปื้อนเลือด” หรือคิดว่าความดีบริสุทธิ์จะชนะทุกสิ่งได้เสมอ… เจ้ขอสั่งให้ข้ามเรื่องนี้ไปซะ! เพราะซอนต็อกจะสอนให้พวกเธอรู้ว่า ในโลกแห่งอำนาจที่แท้จริง ต่อให้เธอจะเป็นคนดีแค่ไหน เธอก็ต้องยอมละทิ้ง ‘ความเป็นมนุษย์’ และ ‘หัวใจ’ ของตัวเอง เพื่อแบกรับน้ำหนักของมงกุฎ! เว้นแต่พวกเธอจะใจแข็งพอที่จะดูการแตกสลายของคนที่นั่งบนบัลลังก์ แล้วมาลุ้นจนตัวโก่งไปพร้อมกับ เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ ตัวมัม!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์ การเมืองเข้มข้น เชือดเฉือนกันด้วยสมองล้วนๆ ไม่มีการตบตีแย่งผู้ชายแบบละครหลังข่าว
  • คนที่หลงใหลตัวละครหญิงที่ทรงพลัง ทั้งฝั่งตัวเอกและตัวร้ายที่ฉลาดเป็นกรดและฟาดฟันกันอย่างสมศักดิ์ศรี
  • สายมาราธอนที่ชอบซีรีส์ยาวๆ (62 ตอน) เนื้อเรื่องมีพัฒนาการตั้งแต่ตัวละครเป็นเด็กไปจนถึงเป็นผู้ใหญ่และแก่เฒ่า ผูกพันกันประหนึ่งญาติมิตร

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • คนที่ไม่มีเวลาว่าง! เพราะถ้าพวกเธอเผลอกดดูตอนแรกเมื่อไหร่ ขอบตาดำเป็นแพนด้าแน่นอน มันหยุดไม่ได้จริงๆ!
  • สายที่ยึดติดกับโปรดักชันยุค 5G เพราะนี่คือซีรีส์ปี 2009 งานภาพ CG หรือคิวบู๊อาจจะไม่ได้เนียนกริบเท่าสมัยนี้ (แต่บทชนะเลิศทิ้งขาดทุกยุคจ้ะ)
  • พวกเธอที่ต้องการความรักใสๆ แฮปปี้เอนดิ้ง ฟินจิกหมอน… ข้ามไปเลยค่ะ! เรื่องนี้ความรักเป็นแค่เครื่องมือทางการเมือง และจบลงด้วยความรันทดปวดตับ!

หากพวกเธอเคยถูกสูบวิญญาณกับการไต่เต้าสู่อำนาจของสตรีใน Empress Ki (กีซึงนยัง) หรือปวดกบาลกับการชิงไหวชิงพริบใน Six Flying Dragons พวกเธอจะ กราบเบญจางคประดิษฐ์ ให้กับความล้ำลึกของ Queen Seon Deok อย่างแน่นอน! เพราะจุดที่เรื่องนี้ทำได้เป็นตำนานและขึ้นหิ้งที่สุดคือ การสร้าง ‘ตัวร้าย’ อย่างมีซิล ให้มีความฉลาด มีอุดมการณ์ และมีมิติความเป็นมนุษย์ จนบางครั้งคนดูก็เผลอเอาใจช่วยนางมากกว่านางเอกซะอีก! และถ้าดูมหากาพย์นี้จบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้สานต่อด้วย Tree With Deep Roots (จอมกษัตริย์ตำนานอักษร) เพื่อ เสพการเมืองโชซอนสไตล์เข้มข้น เชือดเฉือนด้วยปรัชญาและวาทศิลป์ รับรองว่าลับสมองได้แหลมคมไม่แพ้กันเลยค่ะ!

REVIEW Jumong (จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคระดับชาติ, แอคชั่น, ชีวประวัติ, โรแมนติก
  • ชื่อนักแสดง: Song Il-gook รับบท จูมง (จากเจ้าชายขี้ขลาดสู่เทพเจ้าแห่งธนูและผู้ก่อตั้งประเทศ!), Han Hye-jin รับบท โซซอโน (ตัวมารดานักธุรกิจหญิง ผู้เป็น Angel Investor สร้างชาติ!), Kim Seung-soo รับบท องค์ชายแทโซ (พี่ชายขี้อิจฉา ศัตรูเบอร์หนึ่ง), Jun Kwang-ryul รับบท กษัตริย์กึมวา (พ่อเลี้ยงที่เต็มไปด้วยปมในใจ)
  • เนื้อเรื่อง: มหากาพย์ 81 ตอนระดับตำนานหิ้งทองคำ! เรื่องราวของ ‘จูมง’ เจ้าชายตระกูลพูยอที่เติบโตมาแบบเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ขี้ขลาด อ่อนแอ และถูกพี่น้องต่างแม่รังแกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เมื่อเขาได้รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงว่าตัวเองคือลูกชายของ ‘แฮโมซู’ วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จูมงจึงต้องลุกขึ้นมาสลัดคราบคนขี้แพ้ ฝึกฝนวิชาธนูจนแม่นยำราวจับวาง และรวบรวมชนเผ่าต่างๆ เพื่อก่อตั้งอาณาจักร ‘โคกูรยอ’ โดยมี ‘โซซอโน’ หญิงแกร่งแห่งแคว้นเป็นกำลังหลักทั้งในเรื่องหัวใจและทุนสร้างประเทศ!

เจ้ถูกฝังรากลึกด้วยตำนานซีรีย์ระดับตัวแม่ของวงการเกาหลีอย่างจูมง ที่เรตติ้งทะลุ 50% ของเรื่องนี้ค่ะพวกเธอ! สมัยก่อนซีรีส์เรื่องนี้คือปรากฏการณ์ถนนโล่งที่แท้ทรู! สิ่งที่กระแทกใจเจ้ไม่ใช่แค่ความแม่นของธนูจูมง แต่มันคือคำถามที่ว่า… “คนเราที่เกิดมาพร้อมคำด่าทอว่าเป็นไอ้ขี้แพ้ จะงัดเอาความกล้าหาญจากซอกหลืบไหนของจิตใจ มาสร้างประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ได้?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า ตำนาน Zero to Hero เรื่องนี้ มันคือคัมภีร์จิตวิทยาการก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์ที่คลาสสิกและทรงพลังที่สุดค่ะแม่!

เจ้ขอขยี้ประเด็น “การทลายปมด้อย ปะทะ อิจฉาริษยาทำลายล้าง” แบบระดับตำนาน! เรื่องนี้คือพัฒนาการตัวละครที่โคตรจะสมบูรณ์แบบ! ตอนต้นเรื่อง ‘จูมง’ เป็นคนประเภท ความสิ้นหวังจากการเรียนรู้ ฮีแกล้งทำตัวเสเพลและขี้ขลาดเป็น กลไกการป้องกัน เพื่อเอาตัวรอดจากการถูกลอบฆ่า แต่พอได้เจอพ่อแท้ๆ ฮีเกิด การค้นพบตัวตนที่แท้จริง เปลี่ยนบาดแผลให้เป็นพลัง และทะยานสู่การเป็นผู้นำ ส่วน ‘โซซอโน’ นางเอกของเราคือนิยามของ Self-Actualization (การตระหนักรู้ศักยภาพสูงสุดของตน) นางไม่ใช่สตรีรอความช่วยเหลือ แต่นางคือนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งประเทศตัวจริง! ตัดภาพมาที่ ‘องค์ชายแทโซ’ (ตัวร้าย) ฮีถูกกลืนกินด้วย ความอิจฉาริษยาระดับรุนแรง ฮีเก่งทุกอย่าง แต่พ่อดันรักจูมงมากกว่า ความน้อยเนื้อต่ำใจ เลยเปลี่ยนฮีให้เป็นปีศาจที่จ้องจะทำลายจูมงไปตลอดชีวิต!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
Zero to Hero จากคนปวกเปียก สู่มหาบุรุษที่ยิงธนูแบบหลับตายิงก็เข้าเป้า สะใจและขนลุกมาก! 10/10
ออร่าตัวมารดาสร้างชาติ โซซอโนคือสตรีที่มาก่อนกาล ฉลาด เด็ดขาด และใช้เงินทุนหนุนหลังผู้ชายให้สร้างอาณาจักร! 10/10
ความทรหดอดทน 81 ตอนคือการทดสอบจิตใจ! ยอมรับว่ามีช่วงยืดตามสไตล์ละครยุคเก่า แต่ภาพรวมคือยิ่งใหญ่สมมง 8.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Jumong (จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังเป็นคนที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา โดนใครด่าก็เก็บมานั่งร้องไห้ฟูมฟาย… เจ้ขอสั่งให้พวกเธอเปิดดูเรื่องนี้เดี๋ยวนี้! เพราะจูมงจะตบหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘คนที่ถูกเหยียบย่ำที่สุด หากรู้วิธีเปลี่ยนความแค้นเป็นเป้าหมาย เขาจะกลายเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด!’ เว้นแต่พวกเธอจะใจไม่สู้ และยอมแพ้ให้กับความยาว 81 ตอนไปซะก่อนนะจ๊ะ!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่คลั่งไคล้ซีรีส์พีเรียดระดับ “มหากาพย์สร้างชาติ” ชอบดูพัฒนาการตัวละครแบบค่อยเป็นค่อยไปจนยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า
  • คนที่โหยหาพล็อตพระเอกเก่งเทพโดยเฉพาะสกิลการต่อสู้และยิงธนูที่เท่จนต้องร้องขอชีวิต
  • ขาชอบนางเอกสายสตรอง ฉลาดทันเกม เป็นผู้นำ และยืนเคียงบ่าเคียงไหล่พระเอกแบบไม่มีใครยอมใคร

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายที่สมาธิสั้น หรือไม่มีเวลาว่าง! เพราะซีรีส์ยาวถึง 81 ตอน ถ้านั่งดูแบบไม่หลับไม่นอน พวกเธอต้องใช้เวลาเกือบ 4 วันเต็มๆ นะจ๊ะ!
  • พวกเธอที่เสพติดโปรดักชันยุค 4K ภาพคมกริบ เพราะนี่คือซีรีส์ปี 2006 CG ต่างๆ และคุณภาพกล้องมันคือภาพระดับ SD คลาสสิก ต้องทำใจเรื่องภาพนิดนึง
  • คนที่อยากดูแนวเลิฟซีนหวานแหวว ฟินจิกหมอน เพราะความรักเรื่องนี้คือการจับมือกันรบเพื่อชาติ และมีความเสียสละที่ขมปี๋ปวดตับสุดๆ

หากพวกเธอเคยประทับใจกับการวางแผนสร้างประเทศใน Six Flying Dragons หรือเคยปวดกบาลกับการชิงอำนาจใน Empress Ki พวกเธอจะต้อง ซูฮกและถวายตัว ให้กับต้นตำรับอย่าง Jumong อย่างแน่นอน! เพราะจุดที่เรื่องนี้ทำได้เป็นอมตะคือ การผสมผสานตำนานเทพปกรณัมเข้ากับความดิ้นรนของมนุษย์ธรรมดา สร้างฮีโร่ที่จับต้องได้และเติบโตไปพร้อมกับคนดูตลอด 81 ตอน! และถ้าดูมหากาพย์นี้จบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำ(แบบบังคับ) ให้ต่อด้วย The Kingdom of the Winds (มูยุล มหาบุรุษพิชิตแผ่นดิน) ทันที! เพื่อ ตามไปดูชีวิตของ ‘พระเจ้าแดมูชิน’ (หลานชายของจูมง) ซึ่งความพีคคือ ‘ซงอิลกุก’ (คนเล่นเป็นจูมง) กลับมารับบทเป็นหลานตัวเองในเรื่องนี้ด้วย! รับรองว่ามันส์เดือด สานต่อเจตนารมณ์โคกูรยอได้สมบูรณ์แบบค่ะแม่!

REVIEW Dae Jang Geum (แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง)

  • ประเภทซีรีส์: ย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์, การทำอาหาร, การแพทย์, สร้างแรงบันดาลใจ ,ดราม่า
  • ชื่อนักแสดง: Lee Young-ae รับบท ซอจังกึม (สตรีผู้พลิกประวัติศาสตร์โชซอน), Ji Jin-hee รับบท มินจุงโฮ (ใต้เท้าจอมคลั่งรักผู้แสนดี), Hong Ri-na รับบท แชกึมยอง (คู่แข่งคู่แค้นที่น่าสงสาร), Yang Mi-kyung รับบท แชซังกุง/ฮันซังกุง (อาจารย์ผู้แสนประเสริฐ), Kyeon Mi-ri รับบท แชซังกุง (ตัวร้ายระดับตำนานที่เบะปากได้น่าตบที่สุด)
  • เนื้อเรื่อง: ตำนานบทที่ 1 ของการติ่งซีรีส์เกาหลีในไทย! เรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ของ ‘ซอจังกึม’ เด็กหญิงกำพร้าที่จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นนางในห้องเครื่องวังหลวง นางต้องใช้พรสวรรค์ด้านการรับรสฝ่าฟันการกลั่นแกล้งจากตระกูลแช จนโดนใส่ร้ายและถูกเนรเทศไปเป็นทาสบนเกาะเชจู! แต่คนมันสู้ชีวิตอะแม่ นางไม่ยอมแพ้ เบนเข็มไปเรียนวิชาแพทย์จนกลับเข้าวังมาทวงความยุติธรรม และไต่เต้าจนกลายเป็น ‘แพทย์หญิงคนแรก’ ที่ได้เป็นหมอประจำพระองค์ของกษัตริย์โชซอน!

เจ้ต้องขอกราบเบญจางคประดิษฐ์ให้กับ ‘มารดาแห่งซีรีส์เกาหลี’ เรื่องนี้ค่ะพวกเธอ! นี่คือซีรีส์ที่เคยทำให้ถนนกรุงเทพฯ โล่งมาแล้ว! สิ่งที่เรื่องนี้กระแทกใจเจ้คือคำถามที่ว่า… “ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกระบบชายเป็นใหญ่และชนชั้นกดทับจนแทบจมดิน จะใช้ ‘ความมุมานะและวิชาความรู้’ งัดข้อกับอำนาจรัฐจนเอาชนะใจคนทั้งแผ่นดินได้ยังไง?” บทวิเคราะห์โดย เจ้ปุยเม้าส์แซ่บ TEAM PIWSAI นี่แหละ จะมาชำแหละให้เห็นว่า แดจังกึมคือตำราก้าวข้ามขีดจำกัดที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ!

เจ้จัดหัวข้อ “กรอบความคิดแบบเติบโต ปะทะ กรอบความคิดแบบยึดติด” แบบสั้นๆ สับๆ เรื่องนี้คือการฟาดฟันของ Mindset ล้วนๆ! ‘จังกึม’ คือร่างประทับของ กรอบความคิดแบบเติบโต และมี ความทรหดอดทน ระดับ10กะโหลก ลิ้นรับรสพังนางก็ฝึกดมกลิ่น โดนไล่ออกจากครัวนางก็ไปเรียนหมอ ทุกวิกฤตคือนางเปลี่ยนเป็นโอกาสได้หมด! ตัดภาพมาที่ตระกูลแชและ ‘กึมยอง’ พวกนางตกอยู่ใน กรอบความคิดแบบตายตัว และ ความกังวลเรื่องสถานะ พวกนางเชื่อว่าชาติตระกูลคือทุกสิ่ง พอจังกึมเก่งกว่า พวกนางเลยทนไม่ได้และใช้วิธีสกปรกเพื่อรักษาสถานะ แบบทำลายล้าง สรุปคือ… คนนึงเอาเวลาไปพัฒนาตัวเอง แต่อีกกลุ่มเอาเวลาไปอิจฉาคนอื่น จุดจบมันเลยต่างกันราวฟ้ากับเหวค่ะ!

หัวข้อ เหตุผล คะแนน
ความทรหดสู้ชีวิต จังกึมคือต้นแบบของคนไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ดูแล้วมีไฟในการใช้ชีวิตสุดๆ 10/10
ความหิวตอนดึก ฉากทำอาหารคือที่สุด! ดูดึกๆ มีน้ำลายสอ กระตุ้นสัญชาตญาณความหิวขั้นรุนแรง 10/10
เคมีรักละมุน ใต้เท้ามินจุงโฮคือผู้ชายธงเขียวในตำนาน รักและซัพพอร์ตจังกึมแบบไม่หวังครอบครอง 9.5/10

ตัวอย่างซีรีย์ Dae Jang Geum (แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง)

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน
คำเตือนจากเจ้

ถ้าพวกเธอยังชอบหาข้ออ้างว่า ‘ต้นทุนชีวิตฉันต่ำ เลยทำอะไรไม่สำเร็จหรอก’… เจ้ขอสั่งให้พวกเธอเปิดดูตำนานจังกึมเดี๋ยวนี้! เพราะผู้หญิงคนนี้จะเอาตะหลิวฟาดหน้าพวกเธอให้ตาสว่างว่า ‘ความพยายามไม่เคยทรยศใคร’ ต่อให้ถูกโยนไปอยู่เกาะร้าง เธอก็ยังลุกขึ้นมาเป็นหมอได้! เว้นแต่พวกเธอจะขี้เกียจและทนหิวตอนดึกไม่ไหว ก็ข้ามไปซะนะจ๊ะ!

เหมาะกับใคร?:

  • พวกเธอที่ต้องการเสพ ‘งานมาสเตอร์พีซ’ ระดับคลาสสิกของวงการซีรีส์เกาหลี บทดี ทรงพลัง และสร้างแรงบันดาลใจขั้นสุด
  • คนที่หลงใหลในวัฒนธรรมอาหารเกาหลี และการแพทย์แผนโบราณ ดูเรื่องนี้จบแทบจะจัดสำรับอาหารและฝังเข็มเป็น!
  • ขาชอบพล็อต “ตัวเอกเริ่มจากศูนย์ สู้ชีวิตจนได้ดี” ดราม่าเคล้าน้ำตา แต่จบลงด้วยความยิ่งใหญ่และสะใจ

ไม่เหมาะกับใคร?: 

  • สายลดน้ำหนัก หรือทำ IF (Intermittent Fasting) ช่วงกลางคืน! เจ้เตือนแล้วนะว่าฉากทำอาหารในครัวหลวงมันบีบคั้นกระเพาะอาหารมาก
  • พวกเธอที่เสพติดการเดินเรื่องไวๆ สไตล์ซีรีส์ยุคใหม่ เพราะนี่คือมหากาพย์ 54 ตอนที่เล่าเรื่องอย่างละเมียดละไม ค่อยเป็นค่อยไป
  • คนที่ไม่ชอบเห็นคนดีถูกรังแก เพราะครึ่งแรกของเรื่อง จังกึมกับฮันซังกุงโดนกลั่นแกล้งและใส่ร้ายจนคนดูต้องกำหมัดแน่นด้วยความโมโห!

หากพวกเธอเคยลุ้นตัวโก่งกับการไต่เต้าของทาสสาวใน Dong Yi (ทงอี) (ซึ่งสร้างโดยผู้กำกับ อีบยองฮุน คนเดียวกันเป๊ะ!) หรือชอบนางเอกสายแพทย์สู้ชีวิตใน Hur Jun (หมอโฮจุน) พวกเธอจะ หลงรักและยกขึ้นหิ้ง ให้กับ Dae Jang Geum อย่างแน่นอน! เพราะจุดที่เรื่องนี้ทำได้เป็นอมตะคือ การผสานเรื่องราวการเมืองในวังหลวง เข้ากับศิลปะการทำอาหารและการแพทย์ได้อย่างแยบยล จนเกิดปรากฏการณ์ Soft Power ไปทั่วโลก! และถ้าดูมหากาพย์ 54 ตอนนี้จบแล้ว TEAM PIWSAI แนะนำให้เปลี่ยนมู้ดไปดู Mr. Queen เพื่อ เสพเรื่องราวใน ‘ห้องเครื่องวังหลวง’ แบบเดียวกัน แต่ฉีกกฎความคลาสสิกด้วยความฮาปอดเบียดและมุกตลกสลับเพศ รับรองว่าคลายความตึงเครียดจากดราม่าได้เป็นอย่างดีค่ะ!

บทความอื่นๆ

0 0 คะแนนโหวต
คะแนน